กางเต็นท์นอน ส่องดวงดาว นั่งเรือเที่ยว @ หาดชมตะวัน อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา

0
472



สวัสดีครับทุกๆท่าน รับลมหนาวอย่างเป็นทางการกันไปบ้างแล้ว หนาวสั่นกันเลยทีเดียว โชคดีมากครับ ทริปที่ผมจะพาเที่ยวต่อไปนี้ ไม่เจอกับสภาพอากาศที่หนาวจัด แต่ก็ลุ้นเหมือนกันเรื่องฟ้าฝน สุดท้ายก็ผ่านพ้นไปด้วยดี

ทริปนี้ผมจะพาไปเที่ยวแบบชิลล์ๆตามสไตล์ กับ 2 วัน 1 คืน ที่เต็มอิ่มไปด้วยบรรยากาศ และสัมผัสธรรมชาติที่สวยงาม ซึ่งสถานที่นั้นก็เป็นที่รู้จักกันดี สำหรับคนโคราช แต่ก็จะยังไม่ค่อยรู้จักกันสำหรับคนต่างจังหวัด และวันนี้ผมจะพาไปเที่ยวแบบแคมป์ปิ้งสบายๆกันครับ

เริ่มกันเลย บ่ายวันเสาร์ที่ 16 ธ.ค. 60 ผมออกเดินทางจากตัวเมืองโคราช พร้อมสมาชิกผู้ร่วมทริป รวมกันทั้งหมด 3 คน จุดหมายปลายทางเราก็คือ หาดชมตะวัน อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา นั่นเอง การเดินทางก็ไม่ยากครับ มีทั้ง GPS ใน Google Maps และป้ายบอกทางชัดเจน ซึ่ง หาดชมตะวัน แห่งนี้ก็เป็นเสมือนแลนด์มาร์คของอำเภอเสิงสางเลยก็ว่าได้ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีมากว่า 20ปีแล้ว แต่เมื่อไม่นานมานี้ พึ่งมีการปรับปรุงพัฒนาพื้นที่และผลักดันให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบเต็มตัวอีกครั้ง โดยความร่วมมือร่วมใจจากทางอุทยานแห่งชาติทับลานเขต 4 (ลำปลายมาศ) และหน่วยงานที่เกี่ยวของ รวมถึงชาวบ้านจิตอาสาในพื้นที่ ช่วยกันพัฒนา เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวปีใหม่ที่จะถึงนี้

ผมก็เลยถือโอกาส ไปเที่ยวมันซะเลย เพราะไม่มีคิวไปไหนอยู่แล้ว ก็เลยวางแผนโปรแกรมเที่ยวที่นี่สัก 2 วัน 1 คืนกำลังดี มากางเต็นท์นอนดูดาว นั่งเรือเที่ยวสบายๆกันดีกว่า

16.00น. เราก็มาถึงด่านอุทยานแห่งชาติทับลานกันแล้ว ด้านขวามือก็จะเป็นเขตของกรมชลประทาน เขื่อนลำปรายมาศ ซึ่งผมตั้งใจว่าจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นบนสันเขื่อนในตอนเช้าวันพรุ่งนี้

ทำการจ่ายค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานกันก่อน สำหรับค่าเข้า ผู้ใหญ่คนละ 20 บาท ค่ากางเต็นท์ใช้พื้นที่ 1คืน คนละ 30 บาท มีน้ำไฟ สะดวกครบตามต้องการ แต่สัญญา 3G ต้องเดินหากันนิด

จากนั้นก็มีเจ้าหน้าที่อุทยาน พามาดูสถานที่กางเต็นท์สำหรับคืนนี้ โดยมีเต็นท์ตัวอย่างของอุทยานกางไว้ให้ดู 1 หลัง และวันนี้มีนักท่องเที่ยวเข้ามากางเต็นท์อยู่ก่อนหน้า 2 หลัง สำหรับคืนนี้ก็ไม่เงียบเหงาแล้วครับ

บรรยากาศดีมากๆ วิวด้านหน้าจุดกางเต็นท์นั่นเอง

จัดการกางเต็นท์กันก่อนเลย ต่อไปก็จะได้หุงข้าวทำอาหารกัน

ระหว่างที่หุงข้าวอยู่ ก็เดินเล่นถ่ายรูปเก็บบรรยากาศกันก่อนสักหน่อย ลมเย็นสบาย กับแสงแดดอุ่นๆในยามเย็น

หลัก กิโลเมตร จุดเช็คอินของที่นี่ครับ ผมเคยมาล่าสุดเมื่อ 6 เดือนก่อน ตอนนั้นน้ำยังไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ แต่ตอนนี้น้ำเกือบถึงหลักกิโลแล้ว

อ้อ ลืมบอกไป ทริปนี้ มีผู้ร่วมทริปจากทางไกล(กทม.) มาร่วมแจมด้วยครับ เป็นครั้งแรกของผมเลย ถือว่าได้เป็นเจ้าบ้านก็แล้วกันนะ

ระหว่างนั่งรอข้าวสุก เมฆเคลื่อนตัวออกจากดวงอาทิตย์ ก็ได้รับแสงอุ่นๆกันอีกครั้ง บรรยากาศดีกันเลยทีเดียว

เป็นอีกจุดกางเต็นท์ของโคราช ที่ได้บรรยากาศยามเย็นสุดๆอีกจุดนึงเลยก็ว่าได้

วันนี้ทีมจาก กทม.จะทำเมนูอะไรบ้างเอ่ย ส่วนผมก็เตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว

มาดูข้าวกันสักหน่อย กำลังสุกพอดีเลย 1 หม้อใหญ่ สำหรับสมาชิกทั้ง 6 คน แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว

บรรยากาศชิลล์ๆยามเย็น ณ จุดกางเต็นท์หาดชมตะวัน ต่อไปคงจะคึกคักกว่านี้แน่นอน

เรียบร้อยครับ ข้าวสุกแล้ว ผมหุงข้าวได้กินอยู่นะ ฮ่าๆ วิชา รด. วิชาลูกเสือ ถูกดึงออกมาใช้ก็ตอนเที่ยวนี่แหล่ะ

ระหว่านั้นก็เดินเก็บภาพกันอีกสักหน่อย

น้องคนนี้ก็มากับครอบครัวครับ มาจากเมืองโคราชเหมือนกัน คุณพ่อพามานั่งตกปาเล่นผ่อนคลายกันไป

ได้เวลาทำกับข้าวกันต่อแล้ว

ผัดเผ็ดเนื้อ by นะโม ก็ได้วัตถุดิบมาจากตลาดสดเสิงสางนั่นแหล่ะครับ ของสดมากๆ ว่าจะเอามาต้มแซ่บสักน่หน่อย แต่เห็นเครื่องเยอะ เนื้อเยอะ ก็เลยแบ่งผัดเผ็ดกันสักนิดหน่อย

ลืมซื้อใบกระเพรามาด้วย ก็เลยกลายเป็นผัดเผ็ดใบมะกรูดแทน ฮ่าๆ หน้าตาประมาณนี้ พอกินได้กันหรือป่าว บอกเลยว่า ไม่เหลือครับ ฮ่าๆ

กับข้าวเสร็จแล้วหนึ่งอย่าง เหลืออีกหนึ่งย่าง แต่ๆ….พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน ทิ้งทุกอย่างไว้ก่อน รีบวิ่งไปถ่ายรูปกันก่อนครับ

วันนี้ถึงแม้ฟ้าฟ้าจะไม่ค่อยเปิดมาก แต่ก็พอได้เห็นแสงสุดท้ายของวันลาลับของฟ้าไปอยู่บ้าง แสงยามเย็นสีทองสะท้อนน้ำ บรรยากาศมันโรแมนติดดีจริงๆ

ทุกคนต่างวิ่งลงกันไปถ่ายภาพกันที่ริมน้ำ ผมก็ไม่ลงครับ เพราะไปกันหมดแล้ว ขอเก็บเบื้องหลังกันดีกว่า

บรรดาแม่ค้าพ่อค้า ก็ต่างพากันกลับแล้ว เพราะนักท่องเที่ยวที่มาเล่นน้ำก็กลับกันหมดแล้ว จะเหลือแต่ก็กลุ่มผมและกลุ่มที่มากางเต็นท์นอนกัน

อาทิตย์ลาลับของฟ้ากันแล้ว ก็เก็บแสงที่เหลือกันสักหน่อย

กระโดดกันสักหน่อยนะ บางครั้ง เราก็ต้องมองโลก 180° กันบ้าง เพื่อจะได้เห็นในมุมมองที่แตกต่าง… ^_*

หลายๆคนจะมีวิธีเก็บภาพ ความทรงจำในท่าทางต่างๆของแต่ละคนกันไป ผมก็เช่นกันครับ

กระโดดให้สุดกันไปเลย

1 2 3 บินไปเลย ฮ่าๆ เล่นเหมือนเด็กกันเลยทีเดียว

แสงหมดแล้ว ได้เวลาขึ้นมาทำกับข้าวกันต่อ เมนูต่อไปที่ผมทำก็คือ ต้มแซ่บเนื้อครับ สไตล์ง่ายๆบ้านๆนี่หล่ะ

ส่วนทีมจาก กทม. ก็กำลังปิ้งย่างกันอย่างตั้งใจ

เดือดแล้ว ปรุงรสชาติ ชิม โอเค ใช้ได้ ผ่าน….

อีกหนึ่งเมนูยอดฮิตของชาวแค้มป์ก็คือ ยำปลากระป๋องนั่นเอง

เสร็จเรียบร้อยครับ ต้มแซ่บ รสจัดจ้าน by นะโม รสชาติพอไปวัดไปวา แต่หน้าตานี่ไปโรงเรียนได้เลยนะครับ ฮ่าๆ

เสร็จเรียบร้อย เสน่ห์ของการทำอาหารกินเองมันก็อยู่ตรงนี้แหล่ะ ตอนทำ ตอนชิม และตอนเสร็จพร้อมกิน

19.30 น. ก็ได้เวลากินมื้อค่ำกันแล้วครับ จัดเต็มมากมื้อนี้

กินดีกว่าอยู่ที่บ้านอีก ว่าไหม (เสียงตอบมาจากคนข้างๆ ใช่เลย)

ลุยกันเลย..กินให้อิ่ม จัดเต็มไปเลย พรุ่งนี้จะได้เที่ยวกันให้สนุกหรือป่าวไม่รู้

กินข้าวเสร็จกันเรียบร้อย ก็ได้เวลาพักผ่อนกันแล้วครับ ผมก็เดินเล่นถ่ายรูปให้อาหารย่อยกันก่อน

กะว่าจะรอถ่ายดาว แต่ฟ้าก็ไม่ค่อยเปิดสักเท่าไร มีบ้างนิดหน่อย พอได้เห็น แต่ช่วงไหนที่ฟ้าเปิด ดาวสวยๆเยอะมากๆ

อาหารย่อยแล้ว เล่นท่ายากกันสักหน่อย ตอนนี้เวลาก็สี่ทุ่มกว่าๆแล้ว

23.00 น. ได้เวลาเข้านอนครับ อากาศข้างนอกเต็นท์ค่อนข้างเย็น มีลมโชยตลอด แต่พอเข้าเต็นท์แล้วก็ไม่หนาวแล้ว อากาศสบายๆกำลังดี น่าจะนอนหลับสบายนะคืนนี้ “ฝันดี ราตรีสวัสดิ์” ครับ

04.00น. 17 ธ.ค.60 ตื่นเช้ามากๆ กำเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัวกันก่อน อาบน้ำไป 3-4 ขัน เย็นเจี๊ยบกันเลย เสร็จแล้วประมาณ ตีสี่ครึ่งก็มาถ่ายดาว ถ่าย Time lapse กันต่อ

ตั้งกล้องถ่ายไว้ถึงประมาณ ตีห้าครึ่ง ทุกคนตื่นแล้ว ก็เตรียมพร้อมออกเดินทางไปยังสันเขื่อนกันต่อ เพื่อไปดูพระอาทิตย์ขึ้นกันครับ

จากจุดกางเต็นท์ ก็ขับรถมาจอดบริเวณทางเดินบนสันเขื่อนครับ ระยะทางประมาณ 1.4 กม. จอดรถไว้ แล้วก็เดินเล่นกันมาเรื่อยๆ จนถึงหัวเขื่อน (จุดระบายน้ำ) ระยะทางเดินประมาณ 1.1 กม. เดินเล่นรับลมกันชิลล์ๆได้เลย

06.30น. พระอาทิตย์ก็ยังไม่ขึ้น และดูทีท่าเหมือนว่า ฟ้าจะไม่เปิดด้วยสิ เอาไงดี งั้นก็รอกันต่อไป รออีกสักนิดแล้วกันนะ

ทันใดนั้นไม่นาน ก็เห็นแสงแรกอยู่ไกลๆทางขวามือ นั่นไง แสงแรกของวันกำลังจะโผล่ขึ้นมาแล้ว เย้ๆ ดีใจมาก

แต่ก็ต้องรอกันอยู่นานพอสมควร ถึงจะได้เห็น ถึงจะไม่เป็นอย่างที่คาดหวังไว้ แต่ก็สวยมากๆสำหรับผม

ชมพระอาทิตย์ขึ้นกันเรียบร้อยก็ได้เวลาเดินกลับกันแล้ว ระหว่างทางเดินบนสันเขื่อน ก็จะมีดอกหญ้าอยู่เต็มสองข้างทาง เป็นที่ชอบใจของคนชอบถ่ายรูปมากๆ ผู้หญิงกับดอกหญ้า ช่างเข้ากันดีซะเหลือเกิน ฮ่าๆ

เก็บภาพกันให้อิ่มหนำสำราญใจกันไปเลย

บรรยากาศยามเช้า กับแสงแดดอ่อนๆสีทอง ลมเย็นๆ มีความเงียบสงบ มันผ่อนคลายได้ดีจริงๆ และที่เห็นช่องเขาไกลๆนั้น วันนี้เราก็จะเดินทางไปที่นั่นกันครับ

ได้เวลาเดินกลับกันแล้ว แอบเก็บภาพสมาชิกผู้ร่วมทริปกันสักหน่อย พี่ต้นจากทริปล่าสุดกัน และน้องรส มือใหม่หัดเที่ยว ที่เริ่มหลงไหลการเที่ยวลุยๆแบบนี้แล้ว

สายๆหน่อย ก็จะมีเด็กๆในเขตนี้มาวิ่งเล่นออกกำลังกายกัน เป็นอีกสถานที่วิ่งออกกำลังกายที่วิวสวยมากๆเลย

เด็กๆแถวนี้ โชคดีมาก ที่มีสถานที่สวยๆให้วิ่งออกกำลังกายกันในตอนเช้าและเย็น นอกจากวิวธรรมชาติที่สวยงามแล้ว อากาศก็ดีสุดๆเช่นกัน ผมลองวิ่งดูแล้ว สุดยอดมาก

ขอเก็บภาพน้องๆกันสักหน่อย เผื่อผ่านมาเห็น จะได้เก็บไว้ดูตอนโตกันนะ

ดูภาพบรรยากาศกันเลย

ขอเซลฟี่เก็บไว้กันสักหน่อยนะ พอให้ได้มีรูปตัวเองไว้เก็บดูบ้าง ทริปละ 1-2 รูปก็ยังดี ฮ่าๆ

นี่ไง บรรยากาศดีจนอยากวิ่งกันเลยทีเดียว

ได้เวลากลับกันแล้ว เดี๋ยวต้องไปเตรียมอาหารกันต่อ เพื่อล่องเรือกันอีกในวันนี้

น้องๆเต็นท์ข้างๆเมื่อคืน คงจะนอนหลับฝันดีกันแน่เชียว

ได้เวลาทำอาหารกันต่อแล้วครับ เป็นครั้งแรก ที่ผมจะทดลอง หุงข้าวเหนียว (ข้าวเจ้าก็ดีอยู่แล้ว จะหุงให้อยากทำไมน้อ ฮ่าๆ) เพราะอยากทดลองด้วย ว่ามันจะเป็นยังไง กับการทดลองแบบเดาๆไม่มีหลักการสักเท่าไร

ระหว่างรอข้าวสุก ก็จิบกาแฟทรีอินวันกันไปก่อนแล้วกัน กาแฟอุ่นๆยามเช้ากับบรรยากาศสบายๆ ไม่หนาวมาก

มื้อเช้ารองท้องกันก่อน ด้วยเมนูสุดฮิตครับ ฮ่าๆ ต้มมาม่านั่นเอง

เรียบร้อยครับ ข้าวเหนียวผม บอกเลยว่ากินได้ ถ้าเอากะทิ นำตาล มะม่วงสุกมาใส่ นี่เป็นข้าวเหนียวมูลกินเล่นกันได้เลย ฮ๋าๆ จะอะไรละ ก็แฉะเต็มหม้อเลยสิครับ แต่ก็อร่อยไปอีกแบบนะ ปลอบใจตัวเอง ข้าวเหนียวแฉะก็กินง่ายดี เคี้ยวง่ายดี ได้กลิ่นไหม้ก้นหม้อด้วย ดีจะตาย ฮ่าๆ

 

เมนูต่อไป ของเหลือจากเมื่อคืนของทีมงาน กทม. ผมก็แปลกใจว่า ทำไมไม่ย่างแต่เมื่อคืนน้อ แล้วเอาหมูที่ไม่ติดมันมาทอดตอนเช้า สรุป ผมต้องสู้กับน้ำมันไปหลายดอกเลย กว่าหมูจะสุก แขนระบมกับน้ำมันกระเด็นใส่กันเลยทีเดียว

เสร็จแล้วหน้าตาก็จะประมาณนี้ พลังงานเยอะแน่นอนไม่ต้องกลัว น้ำมันเยอะขนาดนี้ (กำลังคุมอาหารอยู่ ก็ต้องกินๆไป แล้วค่อยไปเอาออกวันหลังแล้วกัน)

 

09.30 น. เตรียมเสบียงเสร็จเรียบร้อย ก็พร้อมออกเดินทางกันต่อแล้วครับ จุดหมายของเราวันนี้ ก็จะเป็นการล่องเรือเที่ยว ตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งมีอยู่ 2 สถานที่ สำคัญ

โดยเรือนำเที่ยววันนี้ ก็ได้ใช้บริการเรือของ ตาแปว ครับ ที่จะพาเราไปชมไปเที่ยวกัน

พี่เอกับพี่นุ้ยจาก กทม. ก็เก็บภาพวีดีโอกันใหญ่เลย

จุดหมายปลายทางแรกของพวกเรา ก็คือ เขาถ้ำพระ ครับ เป็นอีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจ ที่พึ่งเปิดให้เยี่ยมชมได้ไม่นานนี่เอง

จุดแรก นั่งเรือไปประมาณ 25-30 นาที

ก็นั่งกินลมชมวิวกันไปเรื่อยๆครับ อากาศวันนี้ดีหน่อย ไม่ค่อยร้อนมาก

10.00น. ไม่นานนักก็ถึงจุดจอดเรือทางขึ้นเขากันแล้ว

แล้วก็เดินต่อขึ้นไปอีกประมาณ 600 เมตร ทางไม่ชันมากครับ ทางเดินสะดวก เดินง่าย

เดินกันไปเรื่อยๆ

ไม่กี่นาทีก็ถึงแล้วครับ เขาถ้ำพระ เข้าไปข้างในก็จะเป็นถ้ำ สำหรับชาวบ้านผู้คนใช้หลบอาศัย

และเดินถัดขึ้นไปด้านบนอีกนิด ก็จะมีพระพุทธรูป เด่นสง่าอยู่บนยอดเขาเลยครับ ถามตาแปว บอกต่อกันมาว่าเมื่อก่อนประมาณปี พ.ศ. 2514 ชาวบ้านได้พากันขนทรายขึ้นมาบนยอดเขา เพื่อสร้างพระพุทธรูปกัน ต่อมาเมื่อมีเหตุการณ์ไม่สงบในช่วงปี พ.ศ. 2519 ระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มพรรคคอมมิวนิสต์ เขาถ้ำพระ จึงได้ใช้เป็นที่หลบอาศัยของกลุ่มแนวร่วมพรรคคอมมิวนิสต์ และเป็นที่พักพิงคนบาดเจ็บ โดยมีพระพุทธรูปอยู่บนยอดเขา เพื่อไม่ให้กลุ่มรัฐบาลกล้ายิงหรือทิ้งระเบิดใส่ ประมาณนี้ครับ เท่าที่ผมฟังและพอจับใจความได้ (หากข้อมูลผิดพลาดประการใดต้องขออภัยไว้ด้วยครับ ผมพอจับใจความได้ประมาณนี้)

ก็ถือโอกาสกราบไว้กันสักหน่อย เพราะสถานที่แห่งนี้ มีเรื่องราวความเป็นมากว่า 40 ปีแล้ว

เก็บภาพไว้ครับ ในอนาคตนี้ก็คงจะได้เห็นภาพเหล่านี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆแน่นอน ที่สำคัญตรงนี้มีสัญญาโทรศัพท์ด้วยนะ พอให้ติดต่อธุระสำคัญได้บ้าง

มุมมองด้านบนยอดเขาครับ มองลงไปก็จะเป็นถ้ำพระที่เราเดินขึ้นมาก่อนหน้านี้

ได้เวลาไปกันต่อแล้วครับ แวะถ่ายรูปกับธรรมชาติที่สวยงามกันสักหน่อย

เก็บภาพไว้ก่อนครับ ว่าเราได้มาเยือนแล้ว “เขาถ้ำพระ”

11.00น. ได้เวลาออกเดินทางกันต่อครับ ต้องนั่งเรือย้อนกลับออกไป แล้วก็มุ่งหน้าไปยังจุดหมายสุดท้ายของวันนี้

ขอนอนอาบแดดอุ่นๆสักหน่อยนะ อากาศดีสุดๆ (***เป็นความสามารถส่วนบุคคล ห้ามลอกเลียนแบบนะ***)

ระหว่างนั่งเรือ แต่ละคนก็พากันเอาพาคลุมหัว นั่งหลับพักผ่อนกันเลย เพราะใช้เวลาในการเดินทางค่อนข้างนานเลยทีเดียว แต่พอเริ่มเข้าสู่ช่องเขา ก็ได้เวลาตื่นขึ้นมาชมธรรมชาติส่องฝั่งน้ำกันแล้ว

ผ่านไปกว่า 30 นาที ก็เริ่มเข้าสู่ช่องเขาแคบแล้วครับ

มีนกให้ได้ถ่ายรูปเล่นเยอะเลย แต่จับภาพมาทันแค่ตัวนี้เอง ฮ่าๆ (กำลังเซ่อนอนอยู่ด้วย)

11.50 เราก็มาถึงจุดจอดเรือแล้วครับ พร้อมกับขนเสบียงอาหารออกเดินเท้าสู่แก่งหินวังเสถียรกันต่อไป

ของเยอะ ไม่ใช่อะไรนะ ของกินทั้งนั้น ใครบอกว่าจะอด ไม่มีทาง มีแต่กินยังไงจะให้หมดมากกว่า

เดินลัดเลาะไปตามเส้นทางเดินริมน้ำไปเรื่อยๆ

ประมาณ 3-4 ร้อยเมตร ก็ถึงแล้วครับ แลนด์มาร์คของที่นี่

เนื่องจากผมเคยมาแล้วครั้งนึง จึงไม่ได้เก็บภาพอะไรมากมายนัก

เอาแค่บรรยากาศทั่วๆไปพอ ตอนนี้มีกลุ่มนักท่องเที่ยวอยู่ 2 กลุ่มครับ คือกลุ่มผู้ใหญ่และเด็กๆที่มาก่อนหน้าพวกเรานั่นเอง

มาถึงแล้วก็ได้เวลาอาหารเที่ยงพอดี หิวกันสุดๆ ตอนนี้ไม่สนอะไรกันทั้งนั้น ขอให้ท้องอิ่มไว้ก่อน จัดเต็มกันเลย ข้าวเหนียวแฉะ กินกับหมูสามชั้นทอด อร่อยสุดๆ ฮ่าๆ

อิ่มท้องกันแล้ว ก็ได้เวลาแยกย้ายพักผ่อน ผ่อนคลายกันไปครับ ใครอยากจะเล่นน้ำ ถ่ายรูปอะไรก็ชิลล์ๆกันไปเลย

น้ำเย็นสุดๆ ไหนๆก็มาแล้ว ถ้าไม่ลงน้ำเดี๋ยวจะหาว่ามาไม่ถึง ฮ่าๆ จัดไป 1 รอบ ชุดใหญ่ พี่ต้นลงก่อนเขาเลย สุดยอดจริงๆ

ส่วนทีมงานจาก กทม.ก็จัดท่าหามุมเก๋ๆถ่ายรูปกันสนุก

 

เราใช้เวลาอยู่ที่ แก่งหินวังเสถียร อยู่ราวๆ ชั่วโมงครึ่ง พักผ่อน เล่นน้ำ ถ่ายรูปกันพอหอมปากหอมคอ ก็ได้เวลากลับกันแล้วครับ ระหว่างทางเดินกลับ หันไปเห็นฝายน้ำ สวยๆ น้ำใสมากๆ

เดินมาคนสุดท้ายเขาเลย คอยดูว่ามีอะไรตกหล่นกันหรือป่าว จะได้เช็คความเรียบร้อยของถานที่ด้วย เราอยากให้ที่สวยๆอยู่กันไปนานๆ ก็ต้องดูแลเอาใจใส่รับผิดชอบส่วนตัวให้ดีด้วยนะครับ

ได้เวลาล่องเรือกลับกันแล้ว อากาศร้อนนิดๆ ไม่ถึงกับร้อนมากๆ ลมเย็นสบายดีเลยทีเดียว

ขอกลับรอบนี้ มีสมาชิกเพิ่มขึ้นมาบนเรือ 1 ชีวิต น้องชบานั่นเอง เห็นตาแปวบอกว่า มากับเรือนักท่องเที่ยวลำแรก แล้วก็กระโดดลงน้ำ ว่ายน้ำกลับมาขึ้นฝั่งใหม่ ก็เลยได้กลับพร้อมกับพวกเรา ขอจองหัวเรือซะเลย เท่ห์สุดๆ ฮ่าๆ

14.30น. เราก็กลับมาถึงฝั่งกันเป็นที่เรียบร้อย ก็เก็บเต็นท์และเคลียร์พื้นที่ให้เหมือนเดิม (เหมือนตอนยังไม่มีใครมา) แล้วก็เคลียร์ค่าใช้จ่ายกัน โดยระบบมาเท่าไรก็หารเท่านั้นครับ

ทริปนี้เราหมดงบไปทั้งหมดประมาณ 2,240 บาท(ไม่รวมค่าน้ำมันค่าเดินทาง) สำหรับ 6 คน กับทริป 2 วัน 1 คืน ซึ่งหารเฉลี่ยกันแล้วตกประมาณคนละ 370 บาท ถือว่า ถูกมากๆ กับการเที่ยงแบบง่ายๆ ลุยๆแบบนี้ เป็นอีกหนึ่งทริป ที่สนุกและสบายๆเหมือนได้มาพักผ่อนสำหรับผมเลย ไว้โอกาสหน้าหากมีทริปไหน ไม่ใกล้ๆไม่ไกล อยากร่วมเที่ยวด้วยกันก็เตรียมตัวไว้ได้เลยครับ หากวันว่างตรงกันคงได้มาพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน

ก่อนจะแยกย้ายกันกลับ ก็ขอเก็บภาพหมู่ไว้ดูกันสักหน่อย ครั้งหนึ่ง ณ หาดชมตะวัน อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา 2 วัน 1 คืน ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวมากมาย

โคราช ยังมีอีกหลากหลายสถานที่อีกหลายรูปแบบให้ท่องเที่ยว เพียงแค่รอให้เราออกไปค้นหาเท่านั้นเอง เที่ยวโคราช เที่ยวเมืองไทย by นะโม

แล้วพบกันใหม่ในทริปหน้าครับ สำหรับวันนี้ก็ต้องขอกล่าวคำว่า “สวัสดีครับ”

“นะโม”

********************
สงวนลิขสิทธิ์ ทั้งบทความ ภาพถ่าย วีดีโอ
ลิขสิทธิ์ทั้งหมด เป็นผลงานของผู้สร้างเนื้อหาโดย namo@namotirps.com
ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของเว็บไซต์ namotrips.com ไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here