เมืองในหมอก รอคอยริมคลอง ที่พักสุดชิลล์ ท่ามกลางธรรมชาติ สไตล์วินเทจ

0
683

สวัสดีครับครับทุกๆท่าน กลับมาพบกันอีกเช่นเคย วันนี้ผมไม่ได้จะพาไปเที่ยวไหน แต่จะพาไปสัมผัสบรรยากาศชิลล์ๆ ของที่พักแห่งหนึ่ง อยู่ในอำเภอปักธงชัย ไม่ไกลจากเขื่อนลำพระเพลิง ใกล้ๆ จิมทอมสันฟาร์ม และก็ไม่ห่างจาก อำเภอวังน้ำเขียวมากนัก นั่นก็คือ เมืองในหมอก รอคอยริมคลอง รีสอร์ต-แคมปิ้ง นั่นเอง

ก่อนหน้านี้ผมได้มีโอกาสได้ไปกินก๋วยเตี๋ยวเรือ ของที่นี่มา

ดูได้จากลิงค์นี้ เตี๋ยวเรือริมคลอง

ซึ่งมีอะไรหลายๆอย่างให้น่าค้นหามากๆ ตั้งแต่ทางเข้ากันเลยทีเดียว และเมื่อไปถึง ก็ต้องร้องว้าว…ในใจ กับบรรยากาศที่เห็นอยู่ตรงหน้า เพราะนอกจากร้านก๋วยเตี๋ยวเรือแล้ว ที่นี่ยังมีที่พัก เป็นรีสอร์ตกึ่งโฮมสเตย์อีกต่างหาก นั่นจึงทำให้ผมอยากไปสัมผัสบรรยากาศการพักผ่อนจริงๆดูบ้าง จะได้กลับมาเล่าถูก ว่าเป็นยังไง โอเคมั๊ย นั่นจึงเป็นที่มาของทริปพักผ่อน ในแบบฉบับครอบครัวที่มีเด็กด้วย บรรยากาศจะเป็นยังไงไปชมกันได้เลย

จัดการธุระส่วนตัวเรียบร้อย ประมาณ 5 โมงเย็นผมก็ออกเดินทางจากตัวเมืองโคราช มาถึงที่นี่ก็ประมาณ หกโมงกว่าๆ ยังพอมีแสงบ้าง ได้เดินเล่นเก็บบรรยากาศยามเย็นกันไป

ในช่วงฤดูหนาว กลางวันจะน้อยกว่ากลางคืน นั่นก็คือ จะมืดเร็วกว่าปกติ และอากาศก็จะเริ่มเย็นลงเรื่อยๆเช่นกัน

ซึ่งไฮไลท์ของเมืองในหมอกนี้ก็จะเป็นไฟประดับตามจุดต่างๆ ที่ค่อยๆเผยโฉมให้มุมต่างๆยามค่ำคืนที่สวยงามกันเลยทีเดียว

ทริปนี้ เน้นมาพักผ่อน พาเจ้าตัวน้อยมาวิ่งเล่นในสนามหญ้า ถูกใจกันเลยทีเดียว สำหรับครอบครัวที่มีเด็ก ยิ่งเด็กวัยสองขวบกว่าๆ ที่กำลังซนแบบนี้ ยิ่งสนุกสนานกันเลย

ด้วยความที่มีเอกลักษณ์ และลักษณะของสภาพภูมิประเทศ ที่ตั้งติดริมคลอง ในกลางป่าข้าวโพด ทำให้ที่นี่เงียบและสงบมากๆ ได้บรรยากาศส่วนตัวสุดๆ

วันที่ผมไป มีกลุ่มลูกค้าเข้ามาพักผ่อนประมาณ 2-3 กลุ่ม ซึ่งทำให้เราได้เจอมิตรภาพและเพื่อนใหม่เช่นกัน ภายใต้แสงจันทร์ ในคืนวันเพ็ญพระจันทร์เต็มดวง บรรยากาศดีสุดๆขอบอก

ถ้าใครชอบบรรยากาศชิลล์ๆ มีเพลงฟัง อากาศเย็นสบาย เงียบสงบ เหมือนกับที่พักส่วนตัว เจ้าของเป็นกันเองสุดๆ ผมว่าที่นี่ตอบโจทย์ได้ดีเลยทีเดียว

นี่คือมุมอาหารมื้อค่ำสำหรับวันนี้ครับ

หรือใครอยากจะเปลี่ยนที่กินหมูกระทะกินจิ้มจุ่ม ปิ้งย่าง บาร์บีคิว ก็มีมุมสบายๆให้นั่งกันด้วย

ประมาณ 1 ทุ่ม อาหารมื้อค่ำ ก็พร้อมวางอยู่บนโต๊ะกันแล้ว ด้วยความหิว และบรรยากาศดีๆแบบนี้ ไม่ต้องบอกว่าจัดเต็มกันแค่ไหน

สำหรับลูกค้าที่มาพักที่นี่ จะมีอาหารให้ 2 มื้อครับ คือมื้อค่ำกับมื้อเช้า เป็นอาหารพื้นบ้านสไตล์ปิ่นโตย้อนยุค ที่หากินได้ทั่วไปในสมัยก่อน แต่หาค่อนข้างยากในสมัยนี้ โดยเจ้าของบอกว่า ให้เหมือนว่าเราได้กินข้าวอยู่บ้านกัน ได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติกัน อีกทั้ง ขาดเหลืออะไร หรือกับข้าวถ้วยไหนหมด เติมได้เรื่อยๆครับ เติมกันจนอิ่มกันไปข้างนึงกันเลย

ดูรูปซะก่อน น่ากินไหมล่ะ

ได้เวลานั่งโต๊ะอาหารกันแล้ว ขอเก็บภาพก่อนกินพอเป็นธรรมเนียมกันสักนิด

ส่วนเจ้าตัวน้อย ก็วุ่นวายอยู่กับเทียน แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูยู อย่างเดียวเลย ฮ่าๆ จะเป่าเทียนอยู่นั่นแหล่ะ ไม่สนใจข้าวปลาอาหารเลย ฮ่าๆ

เนื่องจาก เรากินข้าวใต้แสงเทียง และแสงโลว์ไลท์เป็นหลัก หากต้องการความสว่างเพื่อความชัดเจนในการชงน้ำ ก็มีโคมไฟคลาสสิคไว้ให้ใช้ด้วยนะครับ เท่ห์ไปเลย

นี่คือทีมงานต้อนรับและคอยดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิดและเป็นกันเอง พี่แขก เจ้าของรีสอร์ตที่คอยถามตลอดว่าขาดเหลืออะไรไหม เติมได้ตลอดนะ กับน้องนัท ที่สร้างสีสันเสียงหัวเราะได้เป็นอย่างดี ส่วนพี่เอ๋ ก็จะวุ่นๆอยู่ในครัวเพื่อเตรียมอาหารให้พวกเรา

มันจึงเหมือนกับว่า เรามาพักที่นี่ ไม่ได้มีพนักงานบริการ เหมือนกับพักโรงแรม รีสอร์ต หรือโฮมสเตย์อื่นๆเลย แต่มันเหมือนกับว่า เราได้กลับบ้าน มาเล่นบ้าน เปรียบเหมือนพ่อแม่พี่น้องที่ดูแลกันและกัน อยากให้เขามาพักผ่อนแล้วได้พักผ่อนจริงๆ มีความสุขจริงๆ พี่แขกพูดกับผมมาอย่างนี้ ผมก็พอจะเข้าใจได้จากสิ่งที่ได้เห็นและได้สัมผัส

เจ้าตัวเล็กก็ยังไม่ละความพยายามเป่าเทียนเช่นเคย

เป็นอีกมื้อค่ำที่อร่อยมากๆอีกมื้อนึงสำหรับผมเลยก็ว่าได้ อาหารบ้านๆ กับบรรยากาศชิลล์ๆ สไตล์วินเทจ ที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

ขอเก็บภาพกลุ่มลูกค้าโต๊ะข้างๆหน่อยแล้วกันนะ

กินข้าวอิ่มท้องกันเรียบร้อย นั่งเล่นได้สักแป๊บ เจ้าตัวน้อยอาการเริ่มนั่งไม่อยู่แล้วครับ ฮ่าๆ หนังท้องตึง หนังตาก็เริ่มหย่อนกันแล้ว ก็ต้องพาไปนอนกันแม่เขาก่อน โดยวันนี้ผมได้มีโอกาสนอนบ้าน “ซ่อนรัก” ครับ บ้านที่ขึ้นไปถ่ายรีวิวเมื่อตอนมากินก๋วยเตี๋ยวเรือนั่นเอง

ส่วนหน้าบ้านพัก ก็มีซุ้มนั่งเล่น มีสนามหญ้าสำหรับเด็กๆ ถ้าใครอยากมานั่งเล่นนั่งคุยกันเป็นกลุ่มตรงนี้ก็เหมาะกันเลย

บรรยากาศยามค่ำคืน ที่ดาวค่อยๆโผล่ให้เห็นเต็มท้องฟ้า แม้วันนี้พระจันทร์จะสว่างไปหน่อยก็ตาม

ให้แม่และลูกได้พักผ่อนกันก่อน ผมก็ออกมาเดินเล่นเดินถ่ายรูปเก็บบรรยากาศกันต่อครับ

กลุ่มลูกค้าก็ยังคงนั่งกินนั่งคุยกันอย่างสนุกสนาน พร้อมกับเพลงเพราะๆฟังกันไป

เข้ามาดูในร้านยามค่ำคืนกันหน่อย ตรงนี้ในช่วงกลางวันก็จะขายก๋วยเตี๋ยวเรือครับ เริ่มขายเวลาประมาณ 9.00น. ไปจนถึงประมาณ 15.00น. และในส่วนของร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ จะหยุดทุกวัน จันทร์-อังคารครับ

บ้านพักมีทั้งหมด 9 หลัง 9 สไตล์ 9 รูปแบบ 9 เอกลักษณ์ การตกแต่ง เลือกได้ตามใจชอบครับ (ถ้าว่างนะ)

ส่วนลานสนามหญ้าตรงนี้ก็จะเป็นมุมสังสรรค์ปาร์ตี้ มื้อเย็นกันในช่วงค่ำ

900บาท ต่อคน สำหรับการมาพักผ่อน ดูแลกันแบบโฮมสเตย์ ได้พักที่พักบรรยากาศสบายๆ วินเทจกันสุดๆ เหมือนเป็นบ้านส่วนตัว ซึ่งในราคานี้ เราได้อะไรหล่ายๆอย่าง ทั้งความเป็นส่วนตัว บรรยากาศ การได้พักผ่อนนอนหลับสนิท มุมถ่ายรูปสวยๆ อาหารแต่ละมื้อที่จัดเต็มเติมได้ไม่อั้น สำหรับคนเมืองแล้ว การหลีกหนี้ความวุ่นวายเพื่อมาพักผ่อนอยู่กับธรรมชาติแบบนี้แล้ว ผมว่าไม่แพงเลย เพราะคำว่าพักผ่อน คือเราได้มาพักผ่อนกันจริงๆ

ตอนนี้เวลาก็ประมาณ 3 ทุ่มแล้ว อากาศก็เริ่มเย็นลงเรื่อยๆ

ไม่ถึงกับหนาวมากมายอะไร แต่ถ้าใครไม่คุ้นชินกับอากาศที่ค่อยๆเย็นลงแบบนี้ก็คงต้องหาเสื้อกันหนาวในกันเลยทีเดียว

แต่ถ้าใครอยากนั่งเล่นรอบกองไฟ ผิงไฟอุ่นๆ ก่อนนอนก็ได้นะครับ แค้มป์ไฟเล็กๆที่อบอุ่น

นั่งพูดคุยกันตามประสา เรื่องเล่าสนุกๆ ประสบการณ์ต่างๆ มักจะถูกนำมาพูดกันก็ตอนนี้แหล่ะครับ

ใครมาเป็นคู่ ก็จะได้สวิทหวานกันสุดๆ ใครมาเป็นครอบครัวแบบผม ก็จะได้สร้างรอยยิ้มให้กับเด็กๆ หรือใครอยากมาคนเดียว ก็จะได้สร้างแรงบันดาลใจกลับไปอย่างแน่นอน

สี่ทุ่มกว่าๆ ไฟก็ดับหมดทั้งรีสอร์ต ก็ได้ยินเสียงมาแต่ไกลจากพี่เอ๋ โว๊ะ ไฟดับอีกแล้ว อยู่ท้ายสุดเขาก็เป็นยังงี้แหล่ะ วันดีคืนดีไฟก็ตก ไฟก็ดับ ก็ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีครับ เพราะได้นั่งภายใต้แสงจันทร์ส่องสว่าง ไร้ซึ่งไฟฟ้า ได้บรรยากาศกันไปอีกแบบฮ่าๆ คิดบวกเข้าไว้นะโม

สี่ทุ่มห้าสิบ ก็ได้เวลาเข้านอนแล้วครับ จะรอไฟก็คงไม่มาง่ายๆ รู้ตัวอีกทีไฟก็มาประมาณ เที่ยงคืนแล้ว (เพราะตื่นเข้าห้องน้ำ

หลับไปอีกแป๊บเดียว ตื่นมาอีกทีก็ตีห้าครึ่งแล้ว โห หลับสนิทมากๆ อากาศก็เย็นสบาย ห่มผ้าอุ่นๆ หลับสบายกันเลยทีเดียว งั้นก็ตื่นแต่เช้าหน่อย เดินเล่นเก็บบรรยากาศตอนเช้ากันต่อสักหน่อย จะได้สูดอากาศเย็นๆสดชื่นในยามเช้ากันด้วย

เมื่อคืนน้ำค้างลงเยอะมากๆ สนามหญ้าเปียกชุ่มกันเลย

เสียงนกกา เสียงสัตว์ประจำถิ่นต่างร้องเรียกกันแต่เช้า ท่ามกลางอากาศที่เย็นสบายในตอนเช้า เป็นอีกวันที่ตื่นมาสดชื่นสุดๆสำหรับผม

พี่แขกก็ตื่นมาเตรียมน้ำร้อน ชา กาแฟ โอวัลติน กันตั้งแต่เช้ามืด เผื่อใครตื่นแต่เช้าจะได้มานั่งจิบกาแฟกัน ดูนั่นซิ กระติกน้ำร้อนรุ่นคลาสสิค วินเทจสุดๆ เก็บความร้อนได้ดีอีกด้วย มันเข้ากับสถานที่จริงๆ

เจ้าตัวน้อยก็ตื่นแต่เช้าออกมาเดินเล่นด้วย ก็เลยชงโอวัลตินให้กินกันก่อนเลย

พามานั่งรอแสงแดดอ่อนๆยามเช้า เมื่อพระอาทิตย์กำลังจะโผล่พ้นยอดไม้

เงียบ สงบ บรรยากาศดีมากๆ ผมถือว่าเป็นกลุ่มแรกเลยก็ว่าได้ ที่ตื่นขึ้นมากันแต่เช้า สองพ่อลูกสร้างมุมนี้ไว้สักหน่อย เผื่ออนาคตปีหน้าฟ้าใหม่ ได้กลับมานั่งมุมนี้อีก จะได้มีรูปไว้ดู มีเรื่องราวกันไป

พอสายๆหน่อยลูกค้ากลุ่มอื่นๆก็เริ่มตื่นมากันบ้างแล้ว

จุดที่ผมชอบ ก็คงจะเป็นมุมนี้แหล่ะครับ ป้ายสถานีตำรวจภูธรโคกอีหลง ในนิยาย เรื่องไหนไม่รู้ ทำให้นึกถึงเมื่อครั้งเรายังเป็นเด็กหลังเขาได้ดี

ส่วนนี่คือบ้านพักของผมเมื่อคืน “บ้านซ่อนรัก”

มุมชิงช้างสำหรับเด็กๆ (เด็กๆชอบมาก)

ประมาณ 6.50 น. แสงแดดอุ่นๆยามเช้าก็โผล่พ้นยอดไม้กันแล้ว

แสงแดดอุ่นๆยามเช้า สดชื่นสุดๆ

ลานแค้มป์ไฟเมื่อคืนที่ผ่านมา

เดินมาดูป้ายทางเข้าสักหน่อย ที่นี่มีมุมให้ปั้นเฟรมกันเยอะแยะเต็มไปหมด สำหรับสายถ่ายรูปแล้วคงชอบน่าดู

บรรยากาศบ้านพักแต่ละหลับในตอนเช้าครับ

เดินเข้ามาเล่นในร้านกันต่อ

วันนี้อากาศดีตั้งแต่เช้ากันเลย

กลับบ้านพัก ขึ้นมาเก็บของเก็บกระเป๋าใส่รถไว้ก่อนครับ

จับเจ้าตัวน้อยอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ากันก่อน (ร้องก๊ากกันเลยทีเดียว ฮ่าๆ น้ำเย็นอะนะ)

แล้วก็พาไปเดินเล่นกันต่อ

นอกจากร้านก๋วยเตี๋ยวแล้ว ก็ยังมีอีกหลายๆมุม ให้เดินเล่นเดินถ่ายรูปกันชิลล์ๆเลย

เดินเล่น เดินถ่ายรูป ดูสิ่งของสะสมหลายยุคหลายสมัยกันไป เป็นอะไรที่เราไม่ค่อยได้เห็นกันแล้วในยุคนี้ แต่ที่นี่ ยังมีกลิ่นอายของความคลาสสิคซ่อนอยู่มากมาย

รอคอย ริมคลอง เมืองในหมอก ชื่อนี้ มีที่มาที่ไปนี่เอง

ลูกมะเดื่อเยอะมากๆ ใครไม่เคยเห็นต้นมะเดื่อ ก็มาดูกันได้เลย ฮ่าๆ

ดูบรรยากาศบ้านแต่ละหลังครับ วินเทจสไตล์กันสุดๆ

ส่วนด้านหลังนี้ก็เป็นทั้งลานแค้มป์ไฟ และกางเต็นท์ได้เช่นกัน จะนอนเต็นท์หรือนอนบ้าน ก็ราคาเดียวกัน เพื่อความเสมอภาค พี่เอ๋บอกมาอย่างนั้น

แอบเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึกกันสักหน่อย นานๆจะได้พาครอบครัวออกไปเที่ยวบ้าง (ส่วนใจผมจะไปคนเดียว แบบลุยๆ)

สนุกสนาน ร่าเริง เบิกบานแจ่มใส กันสุดๆ ไม่รู้ว่าชอบหรือป่าวนะ แต่จากรอยยิ้มและเสียงหัวเรา ก็คงจะชอบมั้ง

โตขึ้นจะได้เดินตามรอยพ่อแน่นอน เห็นมอไซค์แล้วอยากขึ้นกันเลย

เลยขออนุญาตพี่แขก พาเจ้าตัวน้อยทัวร์บริเวณรอบๆสักหน่อยนะครับ

ก่อนที่จะหมดแรงทิ้งตัวลงนอนกันไปเลย ฮ่าๆ

ประมาณ 7.30 น. ก็ได้ยินเสียงเคาะเหมือนระฆัง แต่ไม่ใช่ระฆังนะ เหมือนจานสังกะสี หรือโลหะอะไรสักอย่าง ทำให้นึกถึงสมัยเรียนตอนที่เป็นเด็กบ้านนอกเลย นั่นคือการส่งสัญญาเตือนว่าได้เวลาของมื้อเข้ากันแล้ว พร้อมแล้ว มากินมื้อเช้ากันได้เลย

มื้อเช้าเบาๆวันนี้ กับข้าวต้มกุ้ย ซึ่งผมพึ่งเคยกินเป็นครั้งแรก (ไปอยู่ไหนมาน้อ) เพราะเคยได้ยินแต่ชื่อ

หน้าตาหน้ากินมากๆ งั้นก็ลุยกันเลย

มื้อค่ำว่าคลาสสิคแล้ว มื้อเช้าก็คลาสสิคเช่นกัน

รสชาติน่ะหรอ ก็อร่อยนะ อร่อยแปลกๆ อาจเป็นเพราะผมไม่เคยกิน แต่ก็อร่อยดี

เก็บภาพคุณลูกค้าสักหน่อย

มื้อเช้าก็เช่นกันครับ ไม่เหลือ ขาดอะไร ก็เติมได้จนกว่าจะอิ่ม

และอีกหนึ่งเมนู ที่นั่งรอกันก็คือ ก๋วยเตี๋ยวเรือครับ ที่ผมติดใจ ถึงกับต้องรอเวลาขายกันเลยทีเดียว

น้องสองคนนี้ เป็นลูกค้าเก่าเมื่อปีที่แล้ว ติดใจอะไรไม่รู้ ปีนี้ก็กลับมาใหม่ เช่นเคย สองคน บอกว่าปีที่แล้วจีบกันตอนมาที่นี่ ปีนี้เป็นแฟนกันแล้ว ก็มาอีก แม้ โรแมนติกดีจริงๆ

อิ่มแล้วป่วนได้… ฮ่าๆ

นี่ครับ คู่รักที่เล่าไปก่อนหน้านี้ เป็นคนตลกทั้งคู่

อิ่มท้องกันเรียบร้อยก็ได้เวลาล่ำลากันแล้วครับ ใครจะไปเที่ยวไหนต่อ ก็ไม่ใกล้ไม่ไกลแล้วจากตรงนี้

ขอเก็บภาพพี่เอ๋พี่แขกสักหน่อย ผู้อยู่เบื้องหลังความสุขของใครหลายๆคน ที่ได้มาพักผ่อนที่นี่ พี่แกให้มากกว่าการดูแลเอาใจใส่ลูกค้า (จะเรียกว่ากวน…ก็ได้นะ ฮ่าๆ) แต่นั่นก็คือตัวตน คือความสุขของพี่ๆทั้งสอง ที่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก และทำมาอย่างต่อเนื่องเนินนานมาจนถึงทุกวันนี้

และอีกสักภาพก่อนกลับครับ เป็นครั้งแรกของผมที่ได้มานอนที่นี่ ซึ่งพี่ทั้งสองทำให้ผมประทับใจมากๆ จนทำให้นึกถึงอันดับต้นๆเลย หากต้องการไปพักผ่อนสักที่กับครอบครัว ในเขตโคราช ที่นี่ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกต้นๆเลยก็ว่าได้ครับ

ขอขอบคุณพี่แขกพี่เอ๋มากๆครับ ที่ดูแลพวกเราเป็นอย่างดี หวังว่าจะมีโอกาสได้ไปเที่ยวเล่น พักผ่อนกันอีก

และสุดท้ายนี้ ก็ต้องขอลากันไปก่อนนะครับ ใครอยากลองมาสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง ว่าจะเป็นเหมือนอย่างที่ผมเล่าหรือป่าว ก็คงต้องลองมากันดูครับ ยิ่งถ้าใครชอบแนวนี้อยู่ด้วย บอกได้เลยว่า ไม่ผิดหวังแน่นอน แล้วพบกันใหม่ ในรีวิวต่อๆไป สำหรับวันนี้ สวัสดีครับ

“นะโม”

GPS: เมืองในหมอก รอคอยริมคลอง

 

 

********************
สงวนลิขสิทธิ์ ทั้งบทความ ภาพถ่าย วีดีโอ
ลิขสิทธิ์ทั้งหมด เป็นผลงานของผู้สร้างเนื้อหาโดย namo@namotirps.com
ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของเว็บไซต์ namotrips.com ไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here