บุกเบิกจุดชมวิวแห่งใหม่ของโคราช กับ ผารักษ์ภูหลวง อันซีนโคราช @ ปักธงชัย

0
685

สวัสดีครับทุกๆท่าน เช่นเคยสำหรับคำทักทายกันก่อน วันนี้ผมจะพาไปชมอีกหนึ่งสถานที่ ที่เป็นจุดชมวิวสวยที่สุดของ อำเภอปักธงชัยกันเลย (ความเห็นส่วนตัวผมนะครับ) เพราะอะไรน่ะหรอ เพราะมันลำบากกว่าจะไปถึงไง และมันยังอันซีน มีมนต์เสน่ห์ ซ่อนอยู่มากมาย และยังไม่เป็นที่รู้จักนักสำหรับคนทั่วไป ถ้าไม่ใช่คนพื้นที่ แม้แต่คนพื้นที่จริงๆ ก็อาจจะยังไม่ค่อยรู้จักเลยก็มี

แต่วันนี้ ผมโชคดีมาก ที่ได้มีโอกาสไปเยือนและสัมผัสมาด้วยสองตาของตัวเอง ว่าด้วยเรื่องบังเอิญหรืออะไรก็ตามแต่ แต่เมื่อโอกาสมาถึง ผมก็ต้องรีบคว้าเอาไว้ ดั่งเช่นทริปบุกเบิกเส้นทางท่องเที่ยวทริปนี้ครับ

เริ่มกันที่ผมไปกิน ก๋วยเตี๋ยวเรือริมคลอง ที่เมืองในหมอก รอคอยริมคลอง แล้วได้คุยกับพี่แขก (เจ้าของรีสอร์ท) เกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวบริเวณใกล้ๆนี้ พี่แขกก็เล่าว่า มันมีอยู่สถานที่หนึ่ง ซึ่งพี่เองก็ไม่เคยไปถึงสักที (คือแกไปไม่ถูก)แต่พอดีเลย วันนี้ครูยามาเล่นด้วย เลยว่าจะลองชวนครูยาไปกันดู เพราะครูยาแกเป็นคนในพื้นที่ ไปมาบ่อยตั้งแต่เด็กๆ จะชวนไปหลายครั้งก็ไม่ว่าง วันนี้น้องมาพอดี ก็เลยว่าจะลองชวนใหม่ เผื่อครูยาจะว่างพาไป ผมก็คิดอยู่สักพักว่าจะไปดีไหม เพราะมีอีกทริปที่จะไปในตอนเย็น แต่โอกาสดีๆแบบนี้ไม่ได้มีบ่อยๆ ก็เลยตอบตกลงว่าไปครับ ผมไปด้วย

ก็เลยถามครูยาว่า ไป-กลับ ใช้เวลานานไหมครับ เพราะผมมีทริปต่อตอนเย็น (ถามเผื่อๆไว้) ก็ไม่นานครับ ไป-กลับก็ประมาณ 1 ชั่วโมง ครูยาตอบ งั้นก็โอเคเลยครับ ไปกันเลย

เซลฟี่กับครูยา ผู้นำทางกันสักหน่อย ไม่ได้นั่งท้ายกระบะเที่ยวแบบนี้มานานมากแล้ว ลุยกันเลย

เส้นทางไปยังจุดชมวิว ซึ่งผมก็ไปครั้งแรก ก็เลยไม่ค่อยรู้ข้อมูลสักเท่าไรนัก (เดี๋ยวรอบหน้าจะเอาแบบละเอียดครับ) รู้แค่ว่าวิ่งไปเส้นทางหลังเขื่อนลำพระเพลิง

เข้าไปตามหมู่บ้านไปเรื่อยๆ จนถึงทาง 3 แยก แล้วก็เลี้ยวขวาเข้าตามป้าย เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาภูหลวง ซึ่งดูแลโดยพี่ๆเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้

เมื่อถึงด่านทางเข้าเขตป่าไม้ ครูยาก็ลงจากรถแวะไปบอกพี่ๆที่ดูแลอยู่ ว่าจะเข้าไปเที่ยว ไปดูจุดชมวิวในเขตพื้นที่ปลูกป่าที่ทำเป็นแนวกันไฟข้างใน

แล้วก็ไปกันต่อเลย สภาพเส้นทางก็อย่างที่เห็นครับ รถยนต์พอวิ่งได้ ต้นไม้ปกคลุมสองข้างทางเต็มไปหมด

ต้องค่อยๆวิ่งไปเรื่อยๆครับ เพราะทางจะค่อยๆเริ่มเข้าสู่โหมด การย่อยอาหารอย่างรวดเร็วแล้ว ฮ่าๆ โยกไปก็โยกมา

และเข้าไปลึกเรื่อยๆ ก็เจอมีอุปสรรค์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆครับ กิ่งไม้ ต้นไม้ล้มขวางข้างทางบ้าง หินบ้าง หนามบ้าง ต้องค่อยๆจัดการกันไป

กว่าจะผ่านไปได้แต่ละด่าน ใช้เวลากันพอสมควร

ใจผมก็เริ่มหวิวๆแล้วครับ ว่าอีกไกลไหมเนี่ยกว่าจะถึง เพราะตอนนี้ก็ผ่านมากว่า 1 ชั่วโมงแล้ว ยังไม่ถึงเลย ยิ่งลึกเข้าไปใจกลางป่าเรื่อยๆ ก็กลัวๆอยู่เหมือนกันนะครับ ที่กลัวไม่ใช่อะไร กลัวไม่ทันตามเวลาที่วางแผนเอาไว้

แต่ไหนๆก็มาแล้ว ต้องไปให้สุด ไปให้ถึงสิ ผมรีบลงเดินล่วงหน้าจัดการเคลียร์เส้นทางกันก่อนที่รถจะไปถึงเลย ตรงไหนมีต้นไม้มีกิ่งไม้ล้มขวางทางก็เดินเคลียร์กันก่อนเลย เพื่อความรวดเร็วขึ้นมาอีกนิด

ผมเดินล่วงหน้าไปก่อนเกือบๆ 100 เมตร บางจุดก็วิ่งกันเลยทีเดียว เห็นไก่ป่า เห็นกระรอก เยอะแยะเลย ป่าไม้ที่นี่อุดมสมบูรณ์จริงๆ เพราะก่อนหน้านี้ เมื่อ 20 กว่าปีก่อน ครูยาบอกว่า ป่าที่เห็นตรงหน้านี้ เป็นภูเขาหัวโล้น ที่ครูยาอาศัยอยู่ตอนเด็กๆ จนมีโครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติในหลวงรัชการที่ 9 ของกลุ่ม ปตท. เพื่อฟื้นฟูป่า ทำให้ครูยาและครอบครัวรวมถึงชาวบ้านที่อาศัยอยู่บนเขา ต้องอพยพย้ายถิ่นฐานกันลงมาจากเขา แล้วก็มาร่วมกันปลูกป่าฟื้นฟูและดูแลกันมาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ถึงตอนนี้ก็ประมาณ 20 กว่าปีแล้ว ต้นไม้ของพ่อที่ได้ช่วยกันปลูกไว้ตอนนั้น ก็โตปกคลุมเต็มพื้นที่แล้ว เหลือเพียงแนวกันไฟ ที่เป็นเส้นทางใช้สำรวจและดูแลพื้นป่า ที่ยังพอให้รถวิ่งได้เท่านั้น

และไม่นานนัก เราก็มาถึงจุดทางแยกเดินชมหน้าผา ถ้าไม่ใช่คนพื้นที่จริงๆ มีหลงแน่ๆ เราใช้เวลาในการเดินทางจากทางเข้าเขตป่าไม้ จนมาถึงจุดจอดรถประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที กับระยะทางประมาณ 9 กม. และเดินเท้าต่อไปอีกประมาณ 300 เมตร

ผมหลงรักป่าไม้ ต้นไม้ใหญ่ขึ้นมาทันทีกันเลยทีเดียว เพราะส่วนตัวก็ชอบธรรมชาติอยู่แล้ว ยิ่งมาได้เข้าใกล้ ได้สัมผัสกับธรรมชาติแบบนี้ ยิ่งรู้สึกดีกันไปใหญ่

ระหว่างเดินเท้าไปยังจุดชมวิว โดยครูยา เป็นผู้นำทางพวกเราไป

ต้นไม้สูงใหญ่ปกคลุมทั่วทางเดิน สดชื่นสุดๆ

ต้นตะเคียนสูงใหญ่ ที่ผมพึ่งมีโอกาสได้สัมผัสจริงๆก็วันนี้แหล่ะ ทำให้รู้สึกรักษ์และหวงแหนผืนป่าเหมือนกับที่ครูยาบอกเลย ว่าเราปลูกเอง เราก็หวงเป็นธรรมดา และไม่อยากให้ใครมาทำลายมันไป

และในที่สุด พวกเราก็มาถึงแล้ว จุดชมวิวแห่งใหม่ของโคราช ที่ต้องร้อง ว้าว!!! กันเลยทีเดียว

603 เมตร จากระดับน้ำทะเล บนเขตป่าภูหลวง ที่ยังไม่มีชื่อเรียกแน่ชัดนัก และเนื่องจากอยู่ในเขตพื้นที่ของป่าสงวนเขาภูหลวง ชาวบ้านที่ขึ้นมาปลูกป่าเมื่อ 20 ปีก่อน ก็มักจะเรียกติดปากกันว่าเขาภูหลวง/ผาภูหลวง/ผาหนึ่ง/ผาสอง/ผาสาม/และชื่ออื่นอีกมากมาย

ผมก็เลยแนะนำว่า งั้นเราเพิ่ม “รักษ์” เข้าไปเป็นไง ให้นักท่องเที่ยวที่รักในธรรมชาติ ความสวยงาม ชอบท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ได้หาโอกาสมาสัมผัสกัน (แม้จำลำบากมากก็ตาม)

เราจึงเห็นชอบตกลงกันว่า น่าจะชื่อ ผารักษ์ภูหลวง เพราะ จำได้ง่าย และก็ยังคงชื่อดั้งเดิมของสถานที่อยู่ จนกว่าจะมีชื่ออย่างเป็นทางการ หรือหน่วยงานภาครัฐเข้ามาสนับสนุนในอนาคตอันใกล้นี้

อีกหนึ่งสถานที่ อันซีนโคราช ให้ธรรมชาติ โอบกอดเราเอาไว้ เขาที่อยู่ตรงหน้าผม พี่แขกบอกว่าคือเขาโซ่ ที่คู่ขนานไปกับเขาภูหลวง จุดสูงสุดของเขาโซ่อยู่ระดับ 802 เมตรจากระดับน้ำทะเล โดยมีสายน้ำสำคัญไหลผ่านมา นั่นก็คือ ลำพระเพลิง ซึ่งเมื่อก่อน เขตต้นน้ำแถวๆวังน้ำเขียวเป็นเขตป่าเขาหัวโล้น ชาวบ้านก็จะทำไร่มันไร่ข้าวโพด เมื่อถึงฤดูฝน น้ำก็จะไหลลงมายังลำน้ำลำพระเพลิง เกิดเป็นสีขุ่นๆเหมือนสีแดง จึงเป็นที่มาของลำพระเพลิงในปัจจุบัน(อันนี้ครูยาเล่าให้ฟังแบบนี้) อีกทั้งเมื่อก่อน ชาวปักธงชัยที่อยู่บริเวณท้ายเขื่อน ก็นิยมกันนั่งเรือไปเที่ยวน้ำตกบริเวณต้นน้ำลำเพระเพลิง อย่างเช่น น้ำตกขุนโจร ชาวบ้านก็นั่งเรือหางยาวกันไป โดยได้เห็นได้สัมผัสวิวสองฝั่งแม่น้ำ ที่สวยงามสุดๆ และที่สำคัญ ในอนาคต เราอาจจะได้สัมผัสการท่องเที่ยวแบบเดินป่ากันอีกด้วย คือมีรถมาส่ง แล้วก็กลับกันทางเรือ โดยพี่แขกคิดโปรแกรมไว้ประมาณนี้ ถ้าทำได้นะ จะเป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สำหรับขาลุย ที่สนุกและได้รสชาติกันเลยทีเดียว

ขอแอคชั่นในพื้นที่โซนปลอดภัยสักหน่อย มุมภาพอาจจะดูหวาดเสียวไปนิด แต่ไม่ต้องห่วงครับ ปลอดภัยถึงกล้าทำ

แอคชั่นเปิดซิงจุดชมวิวแห่งใหม่ของโคราชกันสักหน่อย “นะโม” มาแล้ว

ลองคิดกันเล่นๆดู ถ้ามานั่งชมพระอาทิตย์ตกดินกันในฤดูหนาว ที่จะได้เห็นพระอาทิตย์ดวงโตๆ พร้อมกับมีคนเคียงข้าง จะโรแมนติกขนาดไหน แค่คิดก็ฟินแล้ว

เราใช้เวลาเดินถ่ายรูปเดินสำรวจกันอยู่ประมาณ 40 กว่านาที ก็ได้เวลากลับกันออกไปแล้วครับ เดี๋ยวจะไม่ทันการ แต่ก็ดีหน่อยที่ไม่ต้องเคลียร์เส้นทางกันแล้ว น่าจะเร็วกว่าตอนมาแน่นอน

ครูยาพาแวะมาดูจุดกางเต็นท์ทำกิจกรรมต่างๆของค่ายอาสา ที่มาอนุรักษ์และดูแลพื้นป่า ซึ่งมีห้องน้ำ และสิ่งอำนวยความสะดวกค่อนข้างครบกันเลย ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ก็เพียงพอต่อกิจกรรมกลางคืน

และที่ศาลา ก็จะมีเรื่องราวความเป็นมาของผืนป่าเขาภูหลวงนี้ด้วย ทำให้เราได้เห็นคุณค่าและความเป็นมาของต้นไม้แต่ละต้นกันเลยทีเดียว

ต้นประดู่ ต้นที่ 100 ล้านครับ ในหลวงรัชกาลที่ 10 ทรงเสด็จมาปลูกด้วยพระองค์เอง ตอนนี้อายุของต้นประดู่ก็ประมาณ 20 ปีแล้วครับ

“ประดู่ป่า”ต้นนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร
เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นองค์ประธานปลูกต้นไม้ต้นที่ 100 ล้าน
ของการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ในโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ
ณ พื้นที่แปลงปลูกป่า FPT 49 ตำบลลำนางแก้ว อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา
เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2540

จากนั้นก็ได้เวลากลับกันแล้ว ถือว่าเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้กันเลยครับ เพราะมันอยู่นอกเหนือโปรแกรมที่ผมจะไปในวันนี้ แต่ก็ต้องยกเลิกโปรแกรมที่เหลือ เพื่อมาทริปสั้นทริปนี้ ก็ถือว่าคุ้มค่าแก่การเดินทางมากๆ

16.00 น. ท้องฟ้ายามเย็นระหว่างทางกลับรีสอร์ท บนสันเขื่อนลำพระเพลิง อากาศดีสุดๆ เคยคิดจะมาถ่ายรูปบนนี้หลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่ได้แวะสักที ได้แค่ผ่านจริงๆ

ก็จบกันไปครับ กับทริปบุกเบิกเส้นทางท่องเที่ยวจุดชมวิวแห่งใหม่ของโคราช เดี๋ยวผมจะกลับไปเยือนอย่างแน่นอน พร้อมกับกางเตนท์นอนดูเดือนดาว สัมผัสบรรยากาศแสงสุดท้ายของวันให้ได้ เพราะที่นี่ มีเสน่ห์จริงๆ เป็นจุดที่คนทั่วไปเข้าถึงยาก และยังเต็มไปด้วยความสมบูรณ์ของป่าไม้

หากใครที่อยากจะลองไปสัมผัสไปชมบรรยากาศจริงๆ ก็ต้องมีคนนำทางครับ อย่างครูยา แกก็จะว่างแค่เสาร์-อาทิตย์ บางอาทติย์ก็ไม่ว่าง เพราะงานหลวงก็เยอะเช่นกัน ดังนั้นต้องลองติดต่อพี่แขกเจ้าของรีสอร์ท เมืองในหมอก รอคอย ริมคลอง กันดูก่อนว่าว่างพอที่จะนำทางได้หรือป่าว แต่ถ้าใครอยากไปร่วมทริปค้างแรมกับผม ก็เตรียมความพร้อมกันได้เลยครับ ไม่ก่อนปีใหม่ ก็หลังปีใหม่นี้แน่นอน(2561) สามารถติดตามข่าวสารกันทาง facebook ได้เลย เผื่อเวลาว่างตรงกัน อาจจะได้ร่วมทริปพร้อมกันแบบพ้องเพื่อนครับ

สำหรับวันนี้ ก็ต้องขอลากันไปก่อนแต่เพียงเท่านี้ครับ ทริปแสงสุดท้ายของวัน ณ ผารักษ์ภูหลวง จะเกิดขึ้นหรือไม่ ต้องค่อยติดตามกันตอนต่อไปครับ “สวัสดีครับ”

“นะโม”

********************
สงวนลิขสิทธิ์ ทั้งบทความ ภาพถ่าย วีดีโอ
ลิขสิทธิ์ทั้งหมด เป็นผลงานของผู้สร้างเนื้อหาโดย namo@namotirps.com
ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของเว็บไซต์ namotrips.com ไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here