โรงคั่วกาแฟวังน้ำเขียว ชิลล์ได้ทุกฤดูกาล [Update 2017]

0
7247

เมษายน ๒๕๖๐
ฤดหนาวผ่านพ้นไป ความร้อนพร้อมฝนแรกเริ่มมาเยือน ให้ใบไม้ได้ผลัดใบเขียวขจีทั่ววังน้ำเขียว เช่นเดียวกันที่ โรงคั่ววังน้ำเขียว ที่สามารถไปสัมผัสบรรยากาศท่ามกลางธรรมชาติที่ผ่อนคลาย ได้ตลอดทั้งปี และจะพาไปชมกับบรรยากาศล่าสุด ที่เป็นช่วง green season ของที่นี่เป็นต้นไป ถึงแม้จะเป็นหน้าร้อน แต่ที่นี่เย็นสบายตลอดทั้งปีครับ

 

——————————————————-

กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐
เพิ่มเติมกับมุมต่างๆไว้รองรับนักท่องเที่ยวมากขึ้น สำหรับสายปั่นแล้ว ที่นี่เป็นอีกจุดหมายปลายทางของทริปปั่นอย่างแน่นอน

——————————————————-

ธันวาคม ๒๕๕๙

ธันวาคม มาถึง ก็เป็นสัญญาณเตือนว่าอีกไม่กี่วันก็จะสิ้นปีแล้ว ซึ่งหลายๆคนก็คงจะมีแผนท่องเที่ยวไว้ในหัวกันบ้างแล้วเช่นกัน ส่วนผมน่ะหรอ ยังไม่ได้วางแผนการเดินทางไปไหนเลย ก็เลยหาที่พักผ่อนที่ถ่ายรูปเล่นอยู่ในโคราชก่อนก็แล้วกัน

ลมหนาวมาเยือน นั้นเป็นการบ่งบอกถึงฤดูแห่งการท่องเที่ยวของแต่ละคนแล้ว โดยเฉพาะสถานที่สุดฮิตของการท่องเที่ยวโคราช ก็คงจะไม่พ้น อำเภอวังน้ำเขียวนี่แหล่ะครับ ที่เป็นหนึ่งในนั้น และที่สำคัญหากใครได้มาเที่ยววังน้ำเขียวในช่วงไฮซีซั่นนี้ก็คงจะต้องหาร้านกาแฟชิลล์ๆสักร้านเพื่อมานั่งชิลล์จิบกาแฟ สัมผัสบรรยากาศสบายๆกันแน่นอน ซึ่งหนึ่งในร้านที่ทุกถูกพูดถึงเยอะที่สุดในตอนนี้ก็คงจะหนี้ไม่พ้นร้านนี้ หรือสถานที่นี้ครับ นั่นก็คือ โรงคั่วกาแฟวังน้ำเขียว นั่นเอง

ผมเคยพาน้องสาวมาทำรีวิวเที่ยวถ่ายรูปที่โรงคั่วกาแฟวังน้ำเขียวแล้วเมื่อช่วงต้นปี (ดูได้จากลิงค์นี้ครับ ) ตอนนั้นก็ถือว่าบรรยากาศดี และคลาสสิคมากๆเช่นกัน แต่ปัจจุบันนี้มีอะไรหลายๆอย่างของที่นี่เปลี่ยนไปมากมาย เลยอยากจะพาไปอัพเดทรูปภาพบรรยากาศใหม่ๆของที่นี่กันสักหน่อยครับ

เพื่อให้ได้เห็นบรรยากาศจริง ของสถานที่จริง ที่ผู้คนต่างหลั่งไหลแวะเวียนกันเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย ผมเลยเลือกที่จะไปเก็บภาพบรรยากาศในช่วงของวันหยุดยาวที่ผ่านมาครับ (3 ธ.ค. 59)

บอกได้เลยว่า ถ้าไปช่วงวันหยุด นี่คนเยอะมากๆ ถึงแม้ทางเข้าจะดูลำบากบ้างเป็นบางช่วง แต่ลูกค้า หรือนักท่องเที่ยวต่างก็พากันมาอย่างไม่ขาดสาย

สิ่งที่เปลี่ยนไปจากครั้งก่อนที่ผมเคยทำรีวิวไว้ ก็คือตรงส่วนนี้ครับ เปลี่ยนจาก Coffee Shop เดิม มาเป็นส่วนของร้านอาหารเพียงอย่างเดียว (คือ ถ้าจะสั่งอาหารกิน ก็กินกันตรงนี้ครับ ส่วนมุมกาแฟสุดฟินจะต้องเดินลงไปตรงริมน้ำ)

ตรงนี้ เคยเป็นมุมของส่วนร้านอาหาร ก็ถูกปรับเปลี่ยนมาเป็นโกดังเก็บกาแฟ เพื่อใช้เก็บกาแฟรอเตรียมเข้าสู่ขั้นตอนและกระบวนการผลิตต่อไป…

สวนป่ากล้วยยังคงมีอยู่เหมือนเดิม พร้อมกับที่ตากกาแฟ

ในช่วงวันหยุดยาว หรือ หยุดเสาร์-อาทิตย์ เราจะพบเจอผู้คนมากมายเลยทีเดียว (ใครอยากเงียบๆ แบบสบายๆ แนะนำวันปกติ ที่ไม่ใช่วันหยุดครับ)

ตรงนี้ มีการแช่เมล็ดกาแฟด้วย ก็คือ ผลเชอรี่ของกาแฟที่พึ่งเก็บมา ก็นำมาแช่น้ำก่อน ก่อนที่จะสีเปียกในขบวนการต่อไป

เมื่อสีเปียก แล้วก็นำไปตากแดด (ส่วนขั้นตอนต่อไปอะไรยังไงนั้น คงต้องเข้ามาเรียนรู้กันด้วยตัวเองครับ เพราะที่นี่ ทำทุกอย่างตั้งแต่ต้นน้ำ จนถึงปลายน้ำเลยก็ว่าได้ เอาง่ายๆ ถ้าอยากรู้ว่ากว่าจะมาเป็นกาแฟ 1 แก้วนั้น ผ่านอะไรมาบ้าง มาเที่ยวโรงคั่วกาแฟวังน้ำเขียว ก็จะได้ความรู้เพิ่มเติม และรู้ถึงรสชาติและความพิถีพิถันในทุกๆขั้นตอนกันเลยครับ)

ข้ามไปกันต่อ เดี๋ยวจะนอกเรื่อง มาดูบรรยากาศในวันหยุดกันครับ รถเยอะกันเลยทีเดียว ไม่ต้องกลัวว่าไม่มีที่จอดรถครับ ที่จอดรถเพียงพอแน่นอน เพราะลูกค้าก็หมุนเวียนเข้าออกกันเรื่อยๆ

Coffee Shop มุมกาแฟ มุมใหม่ ที่ทำให้ใครหลายๆคนอยากมาสัมผัส

บ้างก็มาจากในโคราช บ้างก็จากต่างจังหวัด บ้างก็ภาคกลาง ภาคตะวันตก เอาเป็นว่า เหนือ ใต้ ออก ตก กันเลยก็ว่าได้ครับ

โฮมสเตย์ บ้านโรงนาของที่นี่ มีฉากหลังไว้ให้ถ่ายรูปกันเก๋ๆเหมือนเดิม

และที่ดูเหมือนจะเป็นไฮไลท์ของโรงคั่วกาแฟวังน้ำเขียวเลยก็เห็นจะเป็นตรงนี้ครับ มุมกาแฟ ริมน้ำ ที่แทบไม่ต้องจะบรรยายอะไรเลย ให้ภาพบรรยายแทนได้เลย

อากาศดีๆ กาแฟอร่อยๆ พร้อมกับมุมถ่ายรูปที่หลากหลาย โดยเฉพาะแพไม้ไผ่ ที่เราต่างแทบไม่เคยได้นั่งเลย ผมก็พึ่งจะมาเคยก็ที่นี่แหล่ะ (เคยดูแต่ในละคร ไม่คิดว่าจะรับน้ำหนักตัวเองได้ ฮ่าๆ)

บนแพไม้ไผ่ สามารถรองรับลูกค้าได้ประมาณ 4-5 คนเลยครับ แต่ถ้าจะอยากล่องแพไม้ไผ่ดื่มด่ำบรรยากาศ คงต้องไปช่วงเย็นๆครับ

จะว่า 1 เดียวในโคราชไหม ก็ไม่รู้เหมือนกันครับ แต่สำหรับผม ร้านสวยๆ บรรยากาศชิลล์ๆ ก็มีเยอะครับ แต่ที่นี่ก็จะมีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป

แสงแดดอุ่นๆยามบ่ายในช่วงฤดูหนาว บวกกับลมเย็นๆ พัดผ่านแค่นี้ก็ฟินแล้วครับ

ไม่ต้องไปไหนไกลเลย มาเที่ยววังน้ำเขียว ก็ลองแวะดูแวะชิมกันครับ เพราะความชอบของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

สำหรับผม อะไรที่มันเป็นธรรมชาติ ผมชอบเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

เรื่องของรสชาติ อร่อยหรือไม่อร่อยนั้นคงบอกกันไม่ได้ เพราะผมไม่ใช่คอกาแฟ แต่รู้ว่ามาที่ไร จะสั่งชาเขียวกินตลอด เพราะกินที่นี่ รสชาติไม่เหมือนใครดี

ได้นายแบบหัวใจสองล้อด้วย เท่ห์ไปเลยครับ

ก็อย่างที่บอก ถ้าหากมาในช่วงวันหยุด ก็ต้องเผื่อเวลากันสักนิดครับ เพราะอาจจะต้องรอคิวนานหน่อย แต่ก็ไม่ถึงกับนานมากมายอะไร ไปนั่งหามุมเซลฟี่รอได้เลย

ส่วนนี้เป็นโซนด้านในครับ ซึ่งติดน้ำทั้งสองฝั่ง ด้านขวาติดสระบัว ด้านซ้ายติดแหล่งน้ำธรรมชาติ ห้วยกระบอก

บรรยากาศภายในร้าน

หรือจะออกมาหามุมโรแมนติกกันสองคนแบบนี้ (อิจฉาเบาๆ)

ความลงตัว ที่ไม่เหมือนใคร

อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ล้อมรอบด้วยขุนเขา ห้อมฟุ้งกลิ่นกาแฟคั่วกันสดๆใหม่ๆ และได้เรียนรู้วิถีเกษตรและการทำกาแฟ มาที่นี่ครบเลย เรื่องกาแฟ

ใครที่ชอบถ่ายรูป คงจะสนุกกับการหามุมถ่ายรูปกันแน่นอน

ผมก็พยายามหามุมเช่นกัน มุมเชยๆบ้าง บ้านๆบ้าง ก็ว่ากันไป

นอกจากกาแฟและเครื่องดื่มแล้ว ก็ยังมีเมนูเด่นอีกอย่าง ก็คือ “ปังสขยา” ที่ขายดีกันสุดๆ

เย็นใจ ชาเย็น ชื่นใจ “กาแฟหลัก 10 บรรยากาศหลัก 1,000 เลยก็ว่าได้”

นั่งดูน้องๆ หลายๆคนเข้ามา แต่ละคนก็จะมีอาวุธประจำตัวกันมาทั้งนั้น กล้องพร้อม พร็อพพร้อม สนุกสานเฮฮากันไป

บ่ายแก่ๆแล้ว ผมก็ยังคงเดินเล่นอยู่บริเวณนั้นอยู่

บรรยายด้วยภาพครับ

ลองเดินลงไปบนแพไม้ไผ่สักหน่อย ระดับน้ำหนักตัวผมแล้ว ยังสบายๆครับ ไม่จมแน่นอน

ช่วงเวลาแห่งการพักผ่อน

ช่วงเวลาแห่งการผ่อนคลาย

จะมาเดี่ยว

มาเป็นกลุ่ม

มาคู่

ก็ลงตัวครับ !!!อ้อลืมบอกไป เห็นอยู่ไกลๆแบบนี้ ก็มี อินเตอร์เน็ต WiFi ให้เล่นนะครับ (ประหยัดเน็ตมือถือไปเลย)

เข้มข้นลงตัวอย่างสัมผัสได้

ไปดูบรรยากาศรอบๆกันต่อครับ

ต่อมา  มาดูกันว่าต้นกาแฟที่วังน้ำเขียว มันจะเป็นหน้าตายังไง มันก็เป็นหน้าตาประมาณนี้แหล่ะครับ

ถ้าผลสุกออกสีแดงแบบนี้ ก็คือ เริ่มเก็บได้แล้ว

แต่ก็จะมีสุกสลับกันไป

เห็นแล้วน่ากินเลยไหมล่ะ แต่ยังกินไม่ได้ ต้องคัดแล้วคัดอีก อีกหลายกระบวนการกว่าจะได้มาเป็นกาแฟให้ได้กินกัน

พอตกเย็น คนก็เริ่มน้อยแล้วครับ ช่วงเวลานี้แหล่ะ คือนาทีทองของคนชอบความเงียบสงบอย่างผม

ถ้าลูกค้าไม่เยอะ หรือไม่มี ในช่วงเย็น เราก็จะสามารถล่องแพไม้ไผ่กันได้

จะได้ออกมาเห็นอีกมุมนึง ซึ่งบอกเลยว่า ธรรมชาติสุดๆ บรรยากาศดีสุดๆ

ลูกค้ากลุ่มนี้ เห็นว่าตั้งใจมากันเลยทีเดียว มาจากตัวเมืองโคราชเลย และมากันครั้งแรกด้วย มาถึงซะเย็นเลย

ก็เลยได้ความเป็นส่วนตัวกันไปเต็มๆ เพราะถือเป็นลูกค้ากลุ่มสุดท้ายของวันเลยก็ว่าได้

มีเวลานั่งชิลล์ๆกันช่วงเย็น นิดหน่อย แต่ก็ถือว่าคุ้มค่าเลย

สำหรับลูกค้ากลุ่มสุดท้ายพี่ปกรณ์ (ผู้จัดการโรงคั่วฯ) อาสาถ่อแพไม้ไผ่พาชมและสัมผัสบรรยากาศฟินๆกันไปเลย

และนี่ก็คเป็นอีกมุมมองหนึ่งของผม ที่ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงไปในทางบวกของที่นี่ กระแสและผลตอบรับดีมากๆ ถึงจะเปลี่ยนมุมต่างๆไปมาก แต่ก็ยังคงมีกลิ่นอายของโรงคั่วกาแฟในฉบับดังเดิมที่ผมเคยได้มาสัมผัสเป็นอย่างดี
สำหรับใครที่อยากจะติดตามโรงคั่วกาแฟวังน้ำเขียวก็สามารถเข้าไปติดตามได้ที่ facebook : โรงคั่วกาแฟวังน้ำเขียว ได้เลยครับ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here