ผารักษ์สลัดได จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น-ตกที่สวยสุดของอำเภอวังน้ำเขียว

0
6704

สวัสดีครับ ทุกๆท่าน วันนี้ผมมีทริปเล็กๆมาฝากกันครับ แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นทริปเล็กๆ แต่เรื่องราวไม่เล็กเลยทีเดียว หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้เห็นภาพการอัพเดทปรับปรุงสถานที่ท่องเที่ยวแห่งเดิม แต่มุมมองใหม่ ของอำเภอวังน้ำเขียว ทำให้เกิดความอยากลองกลับไปสัมผัสดูอีกสักครั้งว่าจะเป็นเช่นไร จึงเกิดเป็นความตั้งใจของทริปนี้ขึ้นมานั่นเอง

สถานที่ ที่ว่ามานั้นก็คือ ผารักษ์สลัดไดครับ เป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดของอำเภอวังน้ำเขียวนั่นเองในเวลานี้ ถ้านับเฉพาะในเวลานี้ ผมยกให้ที่นี่เป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดกันไปเลยครับ เพราะลักษณะสถานที่ และมุมมองต่างๆ นั้นโดดเด่นกว่าจุดชมวิวหลายๆที่ของวังน้ำเขียวกันเลยทีเดียว

หลังจากเสร็จสินภาระกิจการงานแล้ว ก็วางแผนว่าจะไปไหนสักแห่ง ที่ไม่รู้ว่าจะไปไหนดี ก็เอามันใกล้ๆบ้านนี่แหล่ะ อีกทั้งที่นี่ก็ยังปรับปรุงใหม่อีกด้วย เพราะเคยไปมาเมื่อหลายปีก่อน ตอนนั้นยังไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไร แต่มารอบนี้ชักตื่นเต้นกว่าที่เคย

งั้นชมไปพร้อมๆกันเลยดีกว่า… สำหรับทางขึ้นเขาสลัดไดนั้น ก็สังเกตไม่ยากครับ ถ้ามาจากโคราช ขึ้นเขาเรียบร้อยแล้ว เราจะสังเกตเห็นร้านลาบเป็ด (ลาบเป็ดคุ้มวังทอง) ก็ให้เตรียมชิดซ้ายไว้เลยครับ แล้วจะเจอป้ายสถานีถ่ายทอดโทรคมนาคม ทหารอากาศเขาสลัดได ก็เลี้ยวขึ้นไปได้เลย ถ้าเห็นทางแบบนี้แสดงว่ามาถูกทางกันแล้ว

ขับตรงไปเรื่อยๆครับ ทางเริ่มจะแคบลงเรื่อยๆ เหลือประมาณ 1 เลน อาจจะสวนทางกันลำบาก ก็ขับด้วยความระมัดระวังกันครับ ทางขึ้นตรงนี้ ถ้าเป็นฤดูฝน บอกได้เลยว่าสวยมากๆ

ถ้าเราสังเกตดีๆ ก่อนทางขึ้นจะเห็นป้ายเล็กๆ ติดไว้ตรงต้นไม้ด้านขวามือของทางขึ้น ว่าตรงนี้จะมีอะไรให้เล่นให้ทดสอบดู สำหรับ เนินพิศวง ประมาณว่า จอดรถไว้ แล้วมันจะไหลขึ้นเนินเองประมาณนั้นครับ (แต่ผมก็ยังไม่ได้ลองนะ)เพราะตอนที่ไปก็เวลาประมาณ 5 โมงกว่าๆแล้ว กลัวไม่ทันแสงพระอาทิตย์ตกดิน

ขับขึ้นไปเรื่อยๆ ซึ่งทางค่อนข้างชันและแคบมาก ควรบีบแตร เมื่อคิดว่าจะต้องมีรถสวนรถผ่านบริเวณทางโค้ง นะครับ เพราะทางค่อนข้างแคบ แต่ก็สามารถขึ้นไปได้ โดยเฉพาะรถเก๋ง ขึ้นได้สบายครับ แต่น่าเสียดายไปหน่อย ที่วันที่ผมไป ฟ้าไม่ค่อยเป็นใจสักเท่าไหร่ ดวงตะวันถูกบดบังความสวยงามไว้ด้วยก้อนเมฆกลุ่มใหญ่ ทำให้ไม่เห็นแสงเย็นตอนพระอาทิตย์กำลังจะตกดินเลย

แต่ไม่นาน ฟ้าก็มีเปิดบ้าง ปิดบ้าง สลับกันไป และที่สำคัญ อากาศก็เริ่มเย็นลงเรื่อยๆ เพราะตามพยากรณ์อากาศในช่วงนี้เลย ว่าอุณหภูมิจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ระหว่างจอดรถถ่ายรูปผมสังเกตเห็นทางเล็กๆ เหมือนรอยมีคนเดิน ก็ด้วยความสงสัยเช่นเคย ลองดูสักหน่อยแล้วกันว่าเป็นทางไปไหนอะไรยังไง ไหนๆ ว่าก็ปิดแล้ว

เดินตามเส้นทางไปเรื่อยๆครับ

มีทางเดินลัดเลาะไปเรื่อยๆ เหมือนค่อยๆเดินลงเขากันเลย

มีบันไดลงด้วย… ขาเริ่มสั่นแล้ว ไม่รู้ว่ากลัวความสูงหรือกลัวความเงียบกันแน่

ทางเดินค่อนข้างลำบาก แต่ก็เริ่มมีอะไรให้เห็นแล้วครับ

มองออกไปก็เห็นวิวบรรยากาศนิดหน่อย งั้นก็เดินๆไปกันต่อ

เริ่มสังเกตเห็นว่าตอนนี้เรากำลังเดินอยู่บริเวณหน้าผ้าหินขนาดใหญ่กันเลยทีเดียว หินใหญ่สวยมากๆ

เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นได้สัมผัสบรรยากาศที่อยู่ตรงหน้าแบบนี้ ไม่คิดว่าจะมีคนมาทำทางเดินไว้ ก็ลองๆดูๆกันไป

เจอศิลปะหินเป็นรูด้วย

และก็เข้าใจแล้วว่า เส้นทางนี้ไปไหน นั่นก็คือเส้นทางสายธรรมมะ

ที่มีพระภิกษุมาจำศิลปฏิบัติธรรมอยู่บริเวณนี้นั่นเอง ได้ข้อคิดจากป้ายเพียงสองป้ายเล็กๆแต่ยิ่งใหญ่กลับไปอีกด้วย

ได้เวลาเดินกลับกันแล้ว เดี๋ยวจะค่ำไปเสียก่อน แต่ตอนกลับนี่สิ ต้องเดินกลับขึ้นไปยังจุดที่ลงมา ซึ่งมันก็ทำให้เหนื่อยได้เหงื่อกันเลยทีเดียว

ได้เวลาไปต่อกันแล้วครับ จากจุดแรกที่ผมแวะลงไปเดินเล่นเรียกเหงื่อมา ถัดมาอีกไม่กี่ร้อยเมตร ก็ถึงจุดชมวิวกันแล้ว

หลังจากที่ ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอวังน้ำเขียว ร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทับลาน และชาวบ้านในชุมชน ได้ทำการปรับปรุงและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวของสถานที่เดิมขึ้นมาใหม่ ก็ทำให้ที่นี่โดดเด่นกันเลยทีเดียว

มีการทำจุดถ่ายรูป สวยๆน่ารักไว้ด้วย

และก็เปลี่ยนชื่อใหม่ จากเดิมเป็นผารักษ์โคราช เปลี่ยนใหม่ ให้เป็น ผารักษ์สลัดได เพื่อให้เข้ากับชื่อเขาสลัดได้ เพราะรักษ์โคราช ชื่อมันกว้างมาก แต่ผารักษ์สลัดได้ นี่รู้เลยว่าอยู่วังน้ำเขียว

จะว่าฟ้าไม่เป็นใจก็เห็นจะยังไงอยู่ สงสัยฟ้าคงกลัวเราน้อยใจ ที่เห็นว่าเราตั้งใจมา ณ ตอนนั้นมีผมเพียงคนเดียวครับ ที่เดินๆไปเดินๆมาหามุมถ่ายรูปอยู่

สักพักฟ้าเปิดพอให้ได้ชื่นใจกันเลยทีเดียว

บอกได้เลยว่า วิวที่เห็นอยู่ตรงหน้า นี่สุดจะบรรยายกันเลยทีเดียว ไม่คิดว่าโคราชจะมีหลากหลายสถานที่ให้เที่ยวขนาดนี้

โดยเฉพาะ อำเภอวังน้ำเขียว ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับต้นๆของโคราช ที่มีสถานที่ให้ได้เที่ยวกันตลอดทั้งปีเลยก็ว่าได้

สักพักไม่นานก็ได้ยินเสียงรถยนต์ขึ้นมาอีกคัน พร้อมกับเสียงความรีบร้อนเพื่อจะมาให้ทันแสงเย็น

กับครอบครัว ที่ชื่นชอบในการท่องเที่ยวสัมผัสธรรมชาติและการเดินทาง เหมือนกับผม ที่ตั้งใจจะมาที่นี่โดยเฉพาะ

และผมก็ไม่เหงาอยู่บนนี้คนเดียวแล้ว

น้องโก้ และครอบครัว ตั้งใจมาที่นี่โดยตรงเลย เพื่อมาชมวิวยามเย็นของที่นี่ หลังจากผมโพสในเฟสว่ากำลังจะมาที่นี่ น้องก็ติดต่อสอบถามมาเลย ไม่คิดว่าน้องจะมาจริงๆ เห็นว่าออกจากโคราช ประมาณ 16.30น. มุ่งตรงมาที่นี่กันเลยทีเดียว

สุดยอดมากๆครับ นับถือเลย ไม่มีอุปสรรค์อะไร จะมากีดขวางความชอบของเราได้ หากว่าใจบอกว่าใช่ คำนั่นคงจะใช้ได้กลับน้องคนนี้เลย

ผมก็เลยรบกวนขอให้เป็นแบบช่วยถ่ายถอดเรื่องราวเลยก็แล้วกัน กับแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของสถานที่นี้ ทำให้นึกถึงรูปของผาหล่มสัก ที่ภูกระดึง ที่จะมีต้นสนยื่นออกมาจากหน้าผา ที่นี่ก็เช่นกัน มีต้นไม้ยื่นออกมาสวยงามเลยทีเดียว

ธรรมชาติ ที่ดิบๆ ไม่ต้องผ่านการปรุงแต่งอะไรเลย นี่คือเสน่ห์ของความสวยงามอย่างแท้จริงเลย สำหรับผม

ผมใช้เวลาอยู่บนนี้เกือบๆ 2 ชั่วโมงเห็นจะได้ครับ เพราะเป็นช่วงเวลาที่ผ่อนคลายที่สุดเลยก็ว่าได้ ได้เห็นมุมมองใหม่ ได้เห็นวิวใหม่ๆ ได้เห็นเมืองแห่งขุนเขาของวังน้ำเขียวแทบสุดลูกหูลูกตากันเลย

ภาพถนน 4 เลนของตลาด 79 วังน้ำเขียว ที่ต่อไปก็จะเป็นแลนด์มาร์ครูปถ่ายของจุดนี้เลยก็ว่าได้ (ผมเข้าข้างตัวเองไว้ก่อน ฮ่า)

เมื่อแสงธรรมชาติเริ่มหมด แสงไฟต่างๆก็เริ่มเข้ามาแทนที่

ดาวบนดิน ที่ผมเคยไปสัมผัสบรรยากาศแบบนั้นมาบนภูทับเบิก มาวันนี้ อาจไม่ต้องไปไกลถึงที่นั่น แต่มีให้ดูที่นี่

สักพัก ก็มีเจ้าหน้าที่ ที่ดูแลสถานีด้านบนเขาสลัดได้ เข้ามาพูดคุยได้ครับ ได้ความรู้หลายอย่างเลย รวมถึงที่มาที่ไปของที่นี่ด้วย

จะเรียกพี่อะไรดี เรียกว่า เรียกตามชื่อเฟสพี่เขาแล้วกัน (FB:ไอ้เสือ โข่งน้อย)

บอกว่า พอเริ่มมืดแล้ว ไฟถนนที่เห็นจะมีลักษณะเหมือนรูปหัวใจ แนวเฉียงๆเลย ผมก็ลองจินตนาการดู เออก ก็จริงนะ เพียงแต่หางหัวใจมันอาจจะไม่ชัดเท่าไร

แต่ดูไปดูมามันก็รูปหัวใจเลยนี่นา…
มืดพอสมควรแล้ว ก็ได้เวลากลับแล้วครับ สถานที่นี้เป็นสถานที่ปิดนะครับ ไม่อนุญาตให้กางเต็นท์นอน หรือพักแรม เพราะเป็นเรื่องความความปลอดภัยและการดูแลของเจ้าหน้าที่ครับ ดังนั้น ขึ้นมาแล้วยังไงก็ต้องกลับลงไป แต่ถ้าใครอยากมารอสัมผัสบรรยากาศในตอนเช้าก็สามารถขึ้นมาได้แต่เช้ามืดเช่นกันครับ

เหมือนกับผม ที่ขึ้นมาตั้งแต่ตีห้า เพื่อที่คิดว่าจะได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าสวยๆสักหน่อย แต่ก็ผิดคาดอย่างแรงครับ ฟ้าปิดแถมไม่พอ ยังลมแรงและอากาศเย็นมากๆด้วย เสื้อกันหนาวก็ไม่ได้พกมา ไม่คิดว่ามันจะหนาวขนาดนี้

แต่ก็พยามยามอดทนและทนฝืนเอาครับ ไหนๆก็ขึ้นมาแล้ว ก็คงต้องรอกันต่อไป

ผมคิดว่าผมขึ้นมาเช้าแล้ว แต่มีนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ขึ้นมาเช้ากว่า สุดยอดจริงๆ

ทุกคนมารอชมพระอาทิตย์ขึ้นเหมือนกันครับ

ถามว่าไม่เคยเห็นพระอาทิตย์ขึ้นหรอ ก็เคยครับ แต่ในสถานที่แบบนี้ มันน่าดูชมกว่าที่เคยเห็นผ่านๆตาของทุกเช้าแน่นอนครับ

บรรยากาศของสถานที่ท่องเที่ยว เริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้ว เมื่อมีนักท่องเที่ยวเข้าไปอยู่ในสถานที่นั้น

วันที่ผมขึ้นไปในตอนเช้า มีรถจอดอยู่ด้านบนประมาณ 6-7 คันเลยทีเดียว จุดเด่นของสถานที่ใหม่ ก็คือความดิบและความสดชื่นนี่แหล่ะครับ

เราค้นหาเพื่อจะได้สัมผัสและอยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ แต่เราก็อย่าลืมที่จะดูแลและรักษาธรรมชาติที่สวยงามไว้ให้ลูกหลานในอนาคตด้วยนะครับ

มุมนี้ พร้อมกับคนนั่ง ผมเชื่อว่าเราจะได้เห็นผ่านตาในโซเชียลอย่างแน่นอน

สำหรับช่วงนี้ ใครขึ้นไป ก็ติดเสื้อกันหนาวไปด้วยก็ดีครับ เพราะบางที่อาจจะหนาวลมจนอยู่ไม่ได้เลยก็มี

สถานที่เก่า ปรับปรุงใหม่ ไฉไลกว่าเดิม

ทุกการรอคอย มีค่าเสมอครับ อย่างเช่นการรอแสงเช้าของผมในวันนี้

ที่คิดว่าจะไม่ได้เจอแสงแดดในตอนเช้านี้สะแล้ว เพราะฟ้าปิดเมฆบดบังไปหมดเลย แต่ธรรมชาติก็มักจะมีเรื่องมหัสจรรย์ซ่อนอยู่เหมือนดั่งเคยเช่นกันครับ

แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ไม่กี่นาที ที่ได้เห็นแสงเช้า แต่สำหรับผมก็ถือว่าคุ้มค่าแก่การรอคอยมากๆ เพราะสิ่งที่ธรรมชาติสร้างขึ้นและให้มา มันยิ่งใหญ่มากๆสำหรับผม และก็เก็บบันทึกภาพแห่งความทรงจำนี้ไว้ เพราะในแต่ละวัน เราอาจจะไม่ได้เห็นมุมเดิมๆแบบนี้อีกแล้ว

เมื่อได้แสงเช้า นั่นก็คือความสมบูรณ์ของทริปเล็กๆทริปนี้แล้วครับ หลังจากนั้นก็ฟ้าปิดสนิทเหมือนเดิม แต่เชื่อเลยว่า นี่คงไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่ผมจะขึ้นมาแน่นอน คงต้องมีครั้งต่อๆไปและต่อไปอีกแน่นอน เพราะยังเหลืออีกหลายมุมไว้ให้สร้างสรรค์ผ่านภาพถ่ายอีกเยอะแยะกันเลยทีเดียว

ก็ผ่านพ้นไปนะครับ สำหรับทริปเล็กๆน้อยๆ ของคนเวลาน้อยนิด ที่เลือกจะเก็บความสุขด้วยการออกเดินทางเพียงเล็กน้อย แต่ก็ยิ่งใหญ่ไปด้วยความสุขและความทรงจำดีๆ แล้วพบกันใหม่ เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมครับ

จุดชมวิวผารักษ์โคราช เขาสลัดได อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา
เวลาที่เหมาะสมสำหรับการเที่ยวชม 05.00น.-19.00น.

แผนที่และการเดินทาง คลิกดูแผนที่

 

********************
สงวนลิขสิทธิ์ ทั้งบทความ ภาพถ่าย วีดีโอ
ลิขสิทธิ์ทั้งหมด เป็นผลงานของผู้สร้างเนื้อหาโดย namo@namotirps.com
ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของเว็บไซต์ namotrips.com ไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here