พาไปชิลล์…กับสถานที่เช็คอินสุดฮิต “โรงคั่วกาแฟวังน้ำเขียว” อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

0
27608

————————————————-
Update บรรยากาศโรงคั่วกาแฟวังน้ำเขียวล่าสุด 2017 คลิกเลย

 

 

Update บรรยากาศโรงคั่วกาแฟวังน้ำเขียวล่าสุด 2017 คลิกเลย

————————————————-

หากพูดถึงอำเภอวังน้ำเขียวแล้ว หลายๆคนก็คงจะรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะเป็นอำเภอที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งโอโซนติดอันดับ 7 ของโลก และหลายๆคน ก็คงเคยได้มาเที่ยวมาสัมผัสกันบ้างแล้ว ดังนั้นเมื่อพูดถึง “วังน้ำเขียว” ทุกคนก็จะนึกถึงสถานที่ ที่เหมาะแก่การมาพักผ่อน มาผ่อนคลาย มากางเตนท์นอนเล่นดูดาวกัน และก็มีแหล่งท่องเที่ยว หลากหลายมากมายในอำเภอวังน้ำเขียวเช่นกัน….

แต่วันนี้ผมจะพาไปเที่ยวชิลล์ๆกับสถานที่เช็คอินสุดฮิตอีกแห่งหนึ่งกัน นั่นก็คือ โรงคั่วกาแฟวังน้ำเขียว นั่นเอง และเมื่อได้ยินชื่อโรงคั่วกาแฟวังน้ำเขียวแล้ว หลายๆคนก็อาจเคยได้ยินเคยได้ไปกันแล้ว แต่ก็มีอีกหลายๆคนที่ยังไม่รู้จักและยังไม่เคยเที่ยวไปสัมผัสกัน

สำหรับโรงคั่วกาแฟวังน้ำเขียวนั้น ตั้งอยู่ที่ตำบลไทยสามัคคี เริ่มจากทางหลวงเส้น 304 เราก็มุ่งหน้าเข้าไปยังตำบลไทยสามัคคีกันเลย ซึ่งการเดินทางถ้ามาจากทางตัวเมืองโคราช ทางแยกก็จะอยู่ ซ้ายมือ และถ้ามาจากทางกบินทร์บุรีหรือทางตลาด 79 ก็จะอยู่ขวามือและจุดสังเกตที่เด่นชัดที่สุดก็คือองค์รูปหล่อหลวงพ่อคูณองค์ใหญ่ที่สุดในโลก (วัดบุไผ่ หรือวัดบ้านไร่ 2) ที่เห็นได้เด่นชัดสะดุดตากันเลยทีเดียว

IMG_5103

จะไปเที่ยววังน้ำเขียวมีที่ไหนแนะนำบ้างคะ???
IMG_9343
จากทางแยก เราก็ขับรถไปประมาณ 6 กม. ให้สังเกตป้าย ไทยสามัคคี ซอย 5 เลยครับ ป้ายใหญ่โตอลังกาลงานสร้างมากๆ แล้วเราก็จะเห็นป้ายเล็กๆบอกทางอีกไม่ไกลครับ ประมาณ 1 กม.เอง และถ้าขับเลยไปอีกหน่อยเราก็จะเห็นส่วนของสถานที่จัดงานเบญจมาศบานในม่านหมอก ของทุกๆปีครับ

IMG_9319
เลี้ยวซ้ายไปสักประมาณ 200 เมตรก็จะมีป้ายบอกให้เลี้ยวขวาครับ แต่ระหว่างทางวิวมันสวย อากาศมันดี เลยขอแวะลงถ่ายรูปเล่นกันสักหน่อย เพราะถนนเส้นนี้โล่งมาก ไม่มีรถวิ่งเลย แถมยังเป็นถนนลาดยางที่พึ่งทำได้ไม่นานอีกด้วย
IMG_9348
เรื่องราวระหว่างทางนี่แหล่ะครับ เป็นส่วนเสริมให้เราสนุกกับทริปที่เราไป ผมตั้งใจที่จะไปแบบชิลล์ๆ ตรงไหนสวยก็แวะถ่ายรูปเล่นกันไปเลยครับ วันนี้มีน้องนางแบบจำเป็นมาด้วย ต้องจัดให้เข้ากับแนวและสไตล์กันสักหน่อย
IMG_9363
IMG_9391
IMG_9405
หลังจากถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน ก็ได้เวลาไปต่อครับ ขับรถไปอีกไม่ไกล ประมาณ 5-6 ร้อยเมตร  ก็ถึงแล้วครับ
IMG_9414
จอดรถเสร็จเราก็ไปกันเลย ผ่านหน้าซุ้มประตูทางเข้าดูแนวมากๆ IMG_9433
นี่ไงครับ ร้านกาแฟสดเพิงสังกะสีสไตล์วินเทจ ช่างเป็นมุมกาแฟที่ดูคลาสสิคจริงๆ
IMG_9436
พี่ปกรณ์ (ปกรณ์ เตชสิทธิ์วรโชติ) เจ้าของโรงคั่วฯ เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่จะปรับปรุงเปลี่ยนแนวมาเป็นร้านกาแฟสด ตรงนี้เคยเป็นคอกวัวเก่ามาก่อน เลยได้ไอเดียเปลี่ยนจากคอกวัวมาเป็นร้านกาแฟสดในรูปแบบบรรยากาศเก่าๆ

IMG_9439
ผมว่ามันเข้ากันมากๆ กับบรรยากาศกลางไร่แบบนี้  มันดูลงตัวดี

นั่งคุยกันอยู่สักพักใหญ่ ก็เกิดไอเดียขึ้นมาว่าจะเที่ยวยังไงให้แตกต่าง ที่นี่มีอะไรบ้าง อะไรน่าสนใจ จะได้พาดูทุกซอกทุกมุมกันไปเลย และเราก็จะไปดูไร่กาแฟกันด้วย
IMG_9445

งั้นขอไปชมไร่กาแฟกันก่อนเลยดีกว่า…ผมได้พิกัดและเส้นทางมาแล้ว ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโร่งคั่วมาก ประมาณ 4-5 กม.เองจึงขอไปหาเอาเองดีกว่าสนุกดี จะได้ไม่ต้องรบกวนพี่ปกรณ์ เพราะก็ต้องคอยรับลูกค้าอยู่ด้วย ก็ดูรูปตัวอย่างกันไป

แล้วก็มาถึงจุดนี้…ที่พี่ปกรณ์บอกว่าถ้าเห็นทางลงเนินและมองเห็นเขานั่นแหละถูกต้อง ซึ่งพี่ปกรณ์บอกว่าตรงนี้เองจะมีลักษณะคล้ายๆกับไร่กาแฟดอยช้าง จ.เชียงราย  ผมมาถูกทางแล้ว อิๆ
IMG_9253
(คุณได้มาถึงจุดหมายปลายทางของคุณแล้ว) เสียง GPS ในหัวมันบอก  ผมพอจะรู้จักต้นกาแฟอยู่บ้าง ก็เดินๆหาดูก็พบต้นกาแฟที่ปลูกไว้แล้วครับ (ไร่กาแฟของกลุ่มผู้ปลูกกาแฟวังน้ำเขียว)
IMG_9280
สักพักก็ได้ยินเสียงเหมือนอะไรวิ่งๆไปวิ่งมา ที่แท้ เจ้าตูบสี่ขานี่เอง เจ้าถิ่นใจดีออกมาต้อนรับถึงที่เลย คำทักทายง่ายๆภาษากายก็แค่เอามือลูบหัวเบาๆแค่นี้ก็ดีใจแล้วครับ เราจะรู้ว่าเขาเป็นมิตรกับเราหรือป่าวเจอกันครั้งแรกก็รู้สึกได้แล้วครับ อ้าว นั่งๆ ถ่ายรูปกันหน่อย (บอกง่ายดีแฮะ)
IMG_9258
ผมมาก็เป็นช่วงที่กาแฟจะหมดไร่อยู่แล้วครับ ก็พอมีเหลือให้เห็นกันอยู่บ้าง
IMG_6054
แต่ถ้าอยากเห็นลูกดกเต็มต้นจริงๆ ก็คงเป็นช่วงปลายฝนโน่นแหล่ะครับ และที่วังน้ำเขียวก็จะเริ่มเก็บผลผลิตกันได้ตั้งแต่ประมาณเดือนตุลาคมเป็นต้นไป
IMG_9270
เดินเล่นดูต้นกาแฟเสร็จก็ได้เวลากลับเข้าไปที่โรงคั่วฯกันแล้ว แต่ระหว่างทางเห็ววิวแปลกตาดี อดใจไม่ได้ที่จะต้องแวะลงไปดูไปถ่ายรูปกันสักหน่อยครับ วิวธรรมชาติข้างทางนี่แหล่ะชิลล์ๆกันไป
IMG_9308
สักพักเราก็มาถึงโรงคั่วฯกันแล้ว…มาถึงทั้งที่ต้องลองชิมกาแฟกันหน่อย
IMG_9448
สั่งไป 2 อย่าง คือ กาแฟร้อนลาเต้ กับ ชาเขียวนมสดครับ
IMG_9453
แต่ก็ต้องรอคิวกันสักหน่อย เพราะมีลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่เข้ามาก่อนหน้านี้ไม่นาน ไม่เป็นไรครับ รอได้
IMG_9507
ระหว่างรอก็เดินดูภายในร้านครับ การจัดตกแต่งร้านดูผ่อนคลายสบายตามากๆครับ
IMG_9458
ร้านตกแต่งในสไตล์วินเทจ มีของเก่าแก่ โบราณจัดแสดงไว้ให้ได้เชยชมกัน ซึ่งไม่ค่อยจะได้เห็นกันสักเท่าไรแล้วในสมัยนี้
IMG_9470
มีมุมน่ารักหลายๆมุมให้ได้ถ่ายรูปกันเยอะเลย ถูกใจนางแบบและตากล้องแน่นอน
IMG_9474
สิ่งหนึ่งที่สัมผัสได้ทางจมูกก็คือ ความหอมของกาแฟคั่วนี่แหล่ะครับ กลิ่นของกาแฟคั่วใหม่ๆ สดๆ จากโรงคั่วสู่แก้วกาแฟกันเลย
IMG_9517
วันที่ไปเป็นวันธรรมดา ลูกค้าจะไม่เยอะเท่าเสาร์-อาทิตย์ ทำให้บรรยากาศที่นี่ดูเงียบสงบเป็นพิเศษ
IMG_9494
สายลมแผ่วเบาบวกกับดนตรีคลอเบาๆ ผมนี่อยากได้เสื่อผืนหมอนใบไปนอนเล่นกันเลย  ชิลล์มากไปก็เผลอหลับเอาได้นะครับ
IMG_9535
นี่ครับ “พี่น้ำ” บาริสต้าประจำโรงคั่วฯ  ถ้าวันไหนลูกค้าเยอะและเอาไม่ทันพี่ปกรณ์ก็จะมาช่วยอีกแรง แต่ถ้าเยอะแบบไม่รีบ พี่น้ำคนเดียวเอาอยู่ครับ
IMG_9570
มาดูทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังกันเลย
IMG_9550
ทั้งชงทังเสิร์ฟเองเลยครับ พี่น้ำอยู่ที่นี่มากว่า 2 ปีแล้ว  แค่นี้บอกได้เลยว่า จิ๊บๆ
IMG_9493
ตามไปดูกัน และขออนุญาตถ่ายภาพไว้สักหน่อย

…..พี่ผู้หญิงซ้ายมือถาม ถ่ายรูปน่ะ มีของแถมให้หรือป่าว

…..สงสัยต้องติดต่อเจ้าของร้านเองนะครับ

…..แล้วรูปที่ถ่ายล่ะ

…..ผมขออนุญาตนำไปลงเว็บไซต์นะครับ

…..ได้ๆ เอาของแถมมาก่อน 

นี่ก็เป็นอีกรสชาติครับ ที่สร้างร้อยยิ้มและเสียงหัวเราะได้ แม้ว่าเราจะไม่รู้กจักกันก็ตามแต่
IMG_9503
และแล้วก็ถึงคิวผมสักที…จะได้ลองชิมกาแฟกันแล้ว
IMG_9512
จัดมาก่อนเลย…ลาเต้ร้อนๆ
IMG_9589
แต่สงสัยจะได้กินกาแฟอุ่นกันแน่ๆ เพราะสโลแกน “ถ่ายก่อนกิน” ไง
IMG_9592
IMG_9595
จากนั้นก็ชิมกันเลย….
IMG_9600

ดูจากสายตาคงอยากจะบอกอะไรบางอย่าง
IMG_9603
รสชาติเป็นไงบ้าง???
…..โหพี่ เข้มข้นมากๆ นี่ขนาดหนูสั่งลาเต้อ่อนๆแล้วนะ
…..ใช่แล้วครับ กาแฟที่นี่เข้มข้นกว่าทุกๆที่ ที่ผมเคยกิน แต่กลับกัน ผมกลับชอบรสชาติแบบนี้ เพราะความหอมความสดนี่แหล่ะ

IMG_9596

…..แต่ก็อร่อยไปอีกแบบนะคะ

รสนิยมและความชอบของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ดังนั้นต้องมาลองเองครับ ผมก็ไม่กล้าการันตีว่าอร่อยหรือไม่อร่อยยังไงครับ เพราะผมก็ไม่ใช่คอกาแฟ ไม่ได้กินกาแฟเป็นประจำ จะกินก็นานๆครั้งครับ
IMG_9606

ถัดมาเป็นเมนูชาเขียว….กลิ่นหอมมาแต่ไกลกันเลย
IMG_9623
เป็นไงบ้าง????

…..เอ่อพี่ ชาเขียวเขาใส่อะไรอ่ะ ทำไมมันไม่เหมือนกับที่หนูเคยกินมาก่อนเลย

…..มันเป็นยังไง อร่อยหรือไม่อร่อย

…..คือมันอร่อยมากๆ มันหอมมากๆ จนหนูอยากรู้เลยว่าเขาใส่อะไร (ว่าแล้วก็ พี่น้ำคะ หนูขอดูชาเขียวหน่อยได้ไหมคะ)

ก็คงจะประมาณนั้น เท่าที่ผมเคยกินชาเขียวมา ก็ที่นี่ นี่แหล่ะที่รสชาติแตกต่างออกไปจากที่อื่น แต่ทั้งหมดทั้งมวลก็ขึ้นอยู่ที่ความชอบส่วนบุคคลด้วยนะครับ อย่าเชื่อจนกว่าจะได้มาลิ้มลองเอง

IMG_9628
ชิมกาแฟกันเสร็จแล้วก็ได้เวลาออกไปเดินเล่นเดินสำรวจกันต่อ….
IMG_9614
บอกแล้วว่ามาเดินเล่นดูบรรยากาศชิลล์ๆ ไม่เน้นดื่มกาแฟ แค่นี้ก็ไม่รู้ว่าจะนอนหลับหรือป่าว
IMG_9631
ส่วนรับรองลูกค้าและร้านอาหารครับ…ถ่ายกับมุมยอดฮิตติดชาร์ตอันดับการแชร์บนหน้าเฟสบุคกันสักหน่อย
IMG_9635
ผมมาที่นี่ยังไม่เห็นอีกาสักตัวเลย….นั่นไงสงสัยจะเจอสามพี่น้องนี้เข้าไป  ไม่มาแวะเวียนกันเลย
IMG_9643
หุ่นไล่กานี้ยืนกันมาตั้งแต่ปีใหม่แล้วครับ ผ่านลมผ่านฝนมาเยอะ เป็นอีกมุมนั่งเล่นถ่ายรูปกันสนุกๆอีกมุมกันเลย  อ้าว..กางแขนกันหน่อย
IMG_9646
เดินไปดูสวนผักกันต่อครับ
อ้อหลายๆคนอาจจะยังไม่ทราบว่าโรงคั่วกาแฟวังน้ำเขียวนอกจากจะคั่วกาแฟขายแล้วก็ยังทำเกษตรผสมผสานด้วยนะครับ บนเนื้อที่กว่า 5 ไร่นี้ ปลูกทั้งพืชผัก ผลไม้ วัตถุดิบเครื่องปรุงต่างๆมากมาย โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงครับ อีกทั้งยังเปิดเป็นศูนย์เรียนรู้กันอีกด้วย
IMG_9653
ผักสลัดผักปลอดสารพิษแน่นอน 100% อย่างน้อยๆมาที่นี่เราก็ได้เห็นและได้รู้ถึงแหล่งเพาะปลูกกันเลย
IMG_9658
IMG_9659
เดินลงไปอีกสักนิดก็จะเห็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ครับ “ห้วยกระบอก” แหล่งน้ำสำคัญที่เป็นหัวใจของเกษตรกรกันเลย
IMG_9661
ที่นั่งเล่น ที่พักผ่อนชิลล์ๆของที่นี่ มีครบทุกบรรยากาศจริงๆครับ ช่วงบ่ายแก่ๆ กับแสงแดดอุ่นๆ มานั่งเล่น ผ่อนคลายที่ริมน้ำกัน  บรรยากาศดีสุดๆครับ
IMG_9665
มองไปทางไหนก็สบายตา
IMG_9666
หากใครมาเที่ยวแล้วมีเวลามากพอลองมาเดินเล่น เดินสัมผัสกับบรรยากาศดูครับ
IMG_9671
ถัดไปก็จะเป็นโฮมสเตย์ “บ้านโรงนา” สำหรับรับรองนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาพักผ่อน  ราคาอยู่ที่ 2,500/หลังครับ
IMG_9675
แปลงนาข้าวหอมมะลิ ต้นกล้ากำลังงอกกันเลยครับ สามารถปลูกข้าวได้ทั้งปีกันเลย พี่ปกรณ์บอกข้าวที่เอามาให้พวกเรากินก็เป็นข้าวจากที่นี่แหล่ะครับ หมุนเวียนเปลี่ยนกันไป
IMG_9676
ติดกับโฮมสเตย์ก็จะเป็น “ศาลาธรรม” อีกหนึ่งมุมสงบของที่นี่ พี่ปกรณ์เล่าให้ฟังว่าศาลาธรรมแห่งนี้เกิดจากความตั้งใจในครั้งแรกที่จะสร้างเมื่อได้มาเหยียบบนผืนดินแห่งนี้ครับ และวันนี้ก็ได้สร้างสำเร็จแล้ว เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มากราบไว้อธิษฐานขอพรกัน
IMG_9684
กราบพระขอพรเสร็จก็ไปกันต่อเลย…นี่ก็แปลงสาธิตต้นกาแฟ ภายใต้ร่มเงาต้นกระท้อนครับ
IMG_9689
พืชผักสวนครัวที่นำไปประกอบเมนูอาหารครับ ปลูกไว้หลายที่เลย
IMG_9690
ซ้ายก็ป่ากล้วย ขวาก็แปลงเสาวรส หรือ กะทกรกที่ชาวบ้านเรียกกัน
IMG_9699
ก็เป็นอีกผลไม้ตามฤดูกาล ที่ใครมาเห็นก็มักจะซื้อติดไม้ติดมือกลับไปกัน
IMG_9703
ส่วนขวามือก็เป็นลานตากกาแฟครับ
IMG_9705
อันนี้คือ…ดอกกาแฟตากแห้งครับ จะเป็นอีก 1 ในเมนูเครื่องดื่มในเร็วๆนี้
IMG_9711
มาดูที่เรือนเพาะชำกันบ้าง ต้นกล้ากาแฟที่ถูกเพาะขึ้นเพื่อขายให้แก่กลุ่มผู้ปลูกกาแฟและชาวบ้านที่สนใจปลูกกาแฟ ก็สามารถมาซื้อต้นกล้ากาแฟกันที่นี่ได้เลย มีทั้งพันธุ์อาราบิก้าและพันธุ์โรบาสต้า ไว้ให้เลือกตามสภาพของสถานที่ปลูก
IMG_9714
ถ้าอยากเปลี่ยนแนวกินเมนูส้มตำก็คงจะเป็นต้นพวกนี้แหล่ะครับ เด็ดเอาจากต้นกันเลย
IMG_9718
มะเขือเปราะ 1 ในเมนูแนะนำแกงป่า ก็มาจากสวนผสมนี่แหล่ะครับ
IMG_9722
มาที่นี่นอกจากได้เที่ยวได้พักผ่อน ผ่อนคลายแล้วยังได้มีโอกาสเรียนรู้เกษตรอีกด้วย จนดูเหมือนมันเป็นเรื่องง่ายเรื่องกล้วยๆกันไปเลย
IMG_9729

อิ่มกันไปเลยครับ อิ่มกับบรรยากาศเดี๋ยวไปกันต่อเลยยังเหลืออีก
IMG_9733
นั่งพักกันก่อนสักหน่อยแล้วกัน….และในกระจกด้านหลังนั่นก็คือ?????
IMG_9740
ห้องคั่วกาแฟนั่นเองครับ นี่แหล่ะครับจุดเริ่มต้นของกาแฟหอมๆที่เราได้ลิ้มลองกัน
IMG_9760
วันนี้มีการคั่วกาแฟพอดีเลย
IMG_9768
ทำให้ได้เห็นกาแฟที่คั่วกันใหม่ๆจากเตาคั่วเลยครับ
IMG_9763
หอมมากๆ…ด้วยความอยากรู้ของผม ผมอยากลองชิมเมล็ดกาแฟคั่วดูว่ามันจะเป็นยังไง รสชาติมันจะเป็นยังไง ก็ลองเลยครับ หยิบใส่ปากเคี้ยวลองดูเลย

เอ่อ….มันก็คล้ายๆกับมะขามคั่วเลยนะ แต่จะขมและฟาดไปหน่อย ก็ใช่ซิใครเขาเคยให้กินกันอย่างนั้น 555
IMG_9766
ถัดไปอีกห้องตรงข้ามกัน ก็เป็นห้องผลิตภัณฑ์และของฝากครับ
IMG_9741

นอกจากกาแฟคั่วแล้ว ที่นี่ก็มีผลิตภัณฑ์จากกาแฟหลายๆอย่างด้วยนะครับ อย่างเช่นสบู่กาแฟ ที่พี่น้ำบอกว่าขายดีอันดับ 1 เลย
อ้อลืมบอกไป….ผลิตภัณฑ์ทุกตัวผลิตจากธรรมชาติ ไม่ใช่สารเคมี ปลอดภัยแน่นอนครับ อีกทั้งยังได้รับมาตรฐานการผลิตผ่านการรับลองจาก “อย.” แล้วดังนั้นจึงมั่นใจในคุณภาพกันได้เลยครับ
IMG_9747
กาแฟที่ได้จากการคั่วก็จะนำมาบรรจุภัณฑ์และวางขายกันตรงนี้เลย
IMG_9753
ซื้อสินค้าที่นี่จ่ายได้ทั้งเงินสดและบัตรเครดิตเลยนะครับ รองรับทุกรูปแบบกันเลย
IMG_9756
ดูห้องของฝากเสร็จก็ออกมานั่งเล่นกันก่อนสักหน่อย ทุกๆมุมที่นี่เอื้อต่อการถ่ายภาพเป็นอย่างมากนางแบบถูกใจมากๆ
IMG_9772
และมื้อค่ำเราก็จะมากินข้าวเย็นบรรยากาศบ้านๆกันชิลล์ๆตรงนี้ครับ เดี๋ยวจองโต๊ะไว้ก่อน ฮ่าๆ
IMG_9777
เพื่อให้เข้าถึงบรรยากาศการกินข้าวเย็นกลางไร่ เราจึงต้องรอให้ให้มืดกันเสียก่อน จึงคิดว่าออกไปดูงานเบญจมาศที่กำลังจะจัดขึ้นดีกว่า อยู่ไมไกลกันมาก แล้วค่อยกลับเข้ามาอีกครั้ง

พักเบรคไปที่งานเบญจมาศในม่านหมอกครั้งที่14@วังน้ำเขียว กันก่อนสักแป๊ป

หลังจากไปเที่ยวชมดอกไม้กันแล้ว ก็ได้เวลากลับมากินมื้อค่ำกันแล้ว….. โดยเลือกเมนูแนะนำกันเลย

*** ปัจจุบัน ปี 2017 โรงคั่วกาแฟวังน้ำเขียวไม่ได้เปิดขายอาหารแล้วนะครับ***
IMG_9524

“ไข่เจียวโบราณ”
IMG_9990
“คั่วไก่หน่อไม้ดอง”
IMG_9996
“แกงป่าไก่บ้าน”
IMG_9998
พี่ปกรณ์บอกว่า อาหารที่โรงคั่วฯ จะเน้นรสชาติแบบบ้านๆ ในสไตล์รสจัดจ้าน ต้องลองดูครับว่าจะเป็นยังไง
IMG_9994
ตามสโลแกน “ถ่ายก่อนกิน” กลิ่นหอมเชิญชวนจริงๆ
IMG_0006
และมีผัดผักกะหล่ำมาเพิ่มอีก 1 เมนูครับ
IMG_0010
เมื่อพร้อมก็เริ่มกันเลย…..
IMG_0012

ต้องบอกก่อนเลยว่า ทุกๆเมนูอร่อยมากๆครับ จะด้วยเพราะความเหนื่อยความหิวด้วยก็ไม่รู้ แต่มาเจอรสจัดจ้านสมคำล่ำลือไปแล้ว มันลงตัวมากๆครับ ผมนี่น้ำตาแทบไหลเลย (กัดโดนพริกไปเต็มๆ) แต่ผมมาสะดุดอยู่ตรงเมนู “ไข่เจียวโบราณ” นี่แหล่ะครับ ทั้งๆที่กินไข่เจียวอยู่เป็นประจำ แต่มาอร่อยกับไข่เจียวของที่นี่เฉยเลย เพราะข้างในมันมีอะไรซ่อนอยู่นั่นเอง ต้องมาลองเองครับถึงจะเล่าถูก บางครั้งก็เล่าไม่ถูกอธิบายไม่ถูกเหมือนกัน แต่มื้อนี้สมกับการรอคอยจริงๆครับ
IMG_0019
ผ่านพ้นไปไปกับภารกิจเที่ยวชิลล์ๆ@โรงคั่วกาแฟวังน้ำเขียว  โรงคั่วกาแฟฯที่มีมากกว่าการคั่วกาแฟจริงๆ

IMG_0022

ขอขอบคุณพี่ปกรณ์ ที่ให้การต้อนรับเป็นอย่างดีครับ มีโอกาสได้มาวังน้ำเขียวสงสัยจะได้ไปสั่งชาเขียวกินบ่อยๆแน่นอน
สำหรับข้อมูลข่าวสารและช่องทางการติดต่อตามด้านล่างนี่เลยครับ
เว็บไซต์ : http://www.thaigreencoffee.com และ http://www.wnkcoffee.com
แฟนเพจ : https://www.facebook.com/CoffRoaster
โทรศัพท์ :089 054 6619 (คุณปกรณ์)
เวลาทำการ : เปิดทุกวันตั้งแต่ 08.00น.-18.00น. (ในส่วนของร้านอาหารเปิดถึง 20.00น.)


แผนที่และการเดินทาง คลิกดูแผนที่โรงคั่วกาแฟวังน้ำเขียว

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here